หน๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝัก >> ข่าวผู้บริหาร

ข่าวผู้บริหาร
พพ. แถลงผลสำเร็จ การส่งเสริมและสนับสนุนนวัตกรรมด้านอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน
นายสาร์รัฐ ประกอบชาติ ผู้อำนวยการกองกำกับและอนุรักษ์พลังงาน เปิดการสัมมนาแถลงผลการดำเนินงาน โครงการส่งเสริมและสนับสนุนนวัตกรรมด้านอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ภายใต้เงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ปีงบประมาณ 2562 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2563 โครงการส่งเสริมและสนับสนุนนวัตกรรมด้านอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน เป็นการให้เงินสนับสนุนแบบให้เปล่า (Grant) จำนวนร้อยละ 50 ของมูลค่าโครงการ แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท โดยผู้ที่เข้าร่วมโครงการต้องเป็นนิติบุคคลที่ถือหุ้นโดยคนไทยมากว่าร้อยละ 51 เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการด้านอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ให้มีเงินทุนสำหรับการพัฒนาและวิจัยทางด้านนวัตกรรมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน โดยนวัตกรรมที่ได้ ต้องมีผลประหยัดไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 จากการดำเนินโครงการฯ ได้เกิดนวัตกรรมหรือเทคโนโลยี จำนวน 6 นวัตกรรม ทั้งในด้านการนำเทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) และ Machine Learning มาควบคุมการทำงานอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ระบบปรับอากาศ ระบบแสงสว่าง และระบบอัดอากาศ และการประยุกต์ใช้และพัฒนากระบวนการผลิต เพื่อให้ได้ผลประหยัดพลังงานและไม่กระทบต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์
พพ. จัดสัมมนาเผยแพร่ผลการศึกษา โครงการศึกษาข้อมูลและศักยภาพการอนุรักษ์พลังงานในกลุ่มรถบรรทุกสินค้าและรถโดยสาร (กลุ่ม 3, 4)
นายโกมล บัวเกตุ รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เป็นประธานเปิดสัมมนาเผยแพร่ผลการศึกษา โครงการศึกษาข้อมูลและศักยภาพการอนุรักษ์พลังงานในกลุ่มรถบรรทุกสินค้าและรถโดยสาร เพื่อจัดทำค่าพารามิเตอร์ที่เกี่ยวข้องที่ใช้ในการประเมินผลการอนุรักษ์พลังงานในภาคขนส่งที่มีความเหมาะสม เพื่อให้เกิดความสอดคล้องตามแผนอนุรักษ์พลังงาน ในมาตรการอนุรักษ์พลังงานภาคขนส่ง ณ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2563 การสัมมนาในวันนี้ เป็นการนำเสนอผลการศึกษาศักยภาพในการอนุรักษ์พลังงานในกลุ่มรถบรรทุกสินค้าและรถโดยสาร โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 3 การขนส่งน้ำมัน และกลุ่มที่ 4 การขนส่งผู้โดยสาร ซึ่งที่ผ่านมา พพ. ได้ทำการศึกษารวบรวมข้อมูลพื้นฐาน วิเคราะห์ข้อมูลการใช้พลังงาน รวมทั้งสำรวจข้อคิดเห็นจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนผู้ประกอบการ เพื่อนำมาใช้จัดทำแนวทางข้อเสนอแนะให้มีความครบถ้วนรอบด้าน และสามารถดำเนินการได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดผลการอนุรักษ์พลังงานในภาคขนส่งให้ได้ตามเป้าหมาย
พพ. จัดสัมมนาเผยแพร่ผลการศึกษา โครงการศึกษาข้อมูลและศักยภาพการอนุรักษ์พลังงานในกลุ่มรถบรรทุกสินค้าและรถโดยสาร (กลุ่ม1, 2)
นายโกมล บัวเกตุ รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เป็นประธานเปิดสัมมนาเผยแพร่ผลการศึกษา โครงการศึกษาข้อมูลและศักยภาพการอนุรักษ์พลังงานในกลุ่มรถบรรทุกสินค้าและรถโดยสาร เพื่อจัดทำค่าพารามิเตอร์ที่เกี่ยวข้องที่ใช้ในการประเมินผลการอนุรักษ์พลังงานในภาคขนส่งที่มีความเหมาะสม เพื่อให้เกิดความสอดคล้องตามแผนอนุรักษ์พลังงาน ในมาตรการอนุรักษ์พลังงานภาคขนส่ง ณ ห้องกมลทิพย์ 2 โรงแรมสุโกศล เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2563 นายโกมล กล่าวว่า “การสัมมนาในวันนี้ เป็นการนำเสนอผลการศึกษาศักยภาพในการอนุรักษ์พลังงานในกลุ่มรถบรรทุกสินค้า โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 การขนส่งสินค้าทั่วไปและผลผลิตการเกษตร และกลุ่มที่ 2 การขนส่งวัสดุก่อสร้างและตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งที่ผ่านมา พพ. ได้ทำการศึกษารวบรวมข้อมูลพื้นฐาน วิเคราะห์ข้อมูลการใช้พลังงาน รวมทั้งสำรวจข้อคิดเห็นจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนผู้ประกอบการ เพื่อนำมาใช้จัดทำแนวทางข้อเสนอแนะให้มีความครบถ้วนรอบด้าน และสามารถดำเนินการได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดผลการอนุรักษ์พลังงานในภาคขนส่งให้ได้ตามเป้าหมายต่อไป”
พพ. จัดสัมมนา“โครงการพัฒนาเครื่องมือและรูปแบบการตรวจรับรองมาตรฐาน ISO 50001 เข้าสู่ระบบการจัดการพลังงานตามกฎหมาย”
ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เป็นประธานกล่าวเปิดงานสัมมนา “โครงการพัฒนาเครื่องมือและรูปแบบการตรวจรับรองมาตรฐาน ISO 50001 เข้าสู่ระบบการจัดการพลังงานตามกฎหมาย” ซึ่งเป็นการบูรณาการระบบการจัดการพลังงานตามกฎหมายและระบบมาตรฐานตามมาตรฐานสากล ISO 50001 เข้าด้วยกันเพื่อลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินการจัดการพลังงาน ณ ห้องนพวงงศ์ 1 ชั้น 2 โรงแรมเดอะทวินทาวเวอร์กรุงเทพมหานคร เมื่อวันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2563 ตาม พ.ร.บ. การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2550) หมวด 3 การอนุรักษ์พลังงานในเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ และส่งเสริมการใช้วัสดุหรืออุปกรณ์เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน มาตรา 23 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2551 เป็นผลให้อาคารควบคุม/โรงงานควบคุม ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายให้ถูกต้องครบถ้วนและมีประสิทธิภาพ โดย พพ. เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานบังคับใช้กฎหมายอนุรักษ์พลังงานกับโรงงานควบคุม จำนวน 5,693 โรงงาน และอาคารควบคุม จำนวน 2,982 อาคาร ดังนั้น พพ. จึงมีการพัฒนารูปแบบและเครื่องมือ ให้ออกมาในรูปแบบของระบบฐานข้อมูล และทำการคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายจากโรงงานควบคุมและอาคารควบคุมที่มีการจัดทำระบบ ISO 50001 ทั่วประเทศ จำนวน 52 แห่ง จากนั้นนำฐานข้อมูลที่พัฒนาขึ้นมาทดสอบ และปรับใช้มีการเข้าให้คำปรึกษา และอบรมวิธีการใช้ระบบฐานข้อมูล ปรางค์วิไล ชัยยา เรียบเรียง วิชัยยุทธ เสือสมิง ถ่ายภาพ
พพ. แถลงผลสำเร็จการใช้เกณฑ์มาตรฐานในระบบความร้อนและไฟฟ้าในโรงงานควบคุม
นายสาร์รัฐ ประกอบชาติ ผู้อำนวยการกองกำกับและอนุรักษ์พลังงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เป็นประธานเปิดการสัมมนาแถลงผลการดำเนินงาน โครงการพัฒนาและสาธิตการใช้เกณฑ์มาตรฐานประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอุปกรณ์ระบบความร้อนและไฟฟ้าของโรงงานควบคุม ตาม พ.ร.บ การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 (กลุ่มอุปกรณ์ระบบความร้อน) ณ โรงแรมเดอะทวินทาวเวอร์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 โดยผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ได้มีการจัดส่งทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าสำรวจตรวจวัดกลุ่มตัวอย่าง และรวบรวมข้อมูลการใช้พลังงานของอุปกรณ์หม้อน้ำในระบบความร้อน เพื่อหาศักยภาพในการอนุรักษ์พลังงาน ร่วมกับทีมอนุรักษ์พลังงานของโรงงานที่เข้าร่วมโครงการ ตรวจวัดการใช้พลังงานก่อนปรับปรุงและหลังปรับปรุง โดยมีโรงงานควบคุมเข้าร่วม จำนวน 62 แห่ง เกิดผลประหยัดพลังงานความร้อนรวม 14.512 พันตันน้ำมันดิบต่อปี คิดเป็นเงินที่ประหยัดได้ 213 ล้านบาทต่อปี สมนึก เนาวแก้ว ถ่ายภาพ/เรียบเรียง
พพ. แถลงผลสำเร็จ โครงการพัฒนาและสาธิตการใช้เกณฑ์มาตรฐานประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอุปกรณ์ระบบความร้อนและไฟฟ้าของโรงงานควบคุม ตาม พ.ร.บ. การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 (กลุ่มอุปกรณ์ระบบไฟฟ้า)
นายสาร์รัฐ ประกอบชาติ ผู้อำนวยการกองกำกับและอนุรักษ์พลังงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เป็นประธานเปิดงานสัมมนาแถลงผลสำเร็จ โครงการพัฒนาและสาธิตการใช้เกณฑ์มาตรฐานประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอุปกรณ์ระบบความร้อนและไฟฟ้าของโรงงานควบคุม ตาม พ.ร.บ. การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 (กลุ่มอุปกรณ์ระบบไฟฟ้า) พร้อมทั้งมอบเกียรติบัตร เพื่อแสดงความยินดีกับสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการและดำเนินการจนประสบผลสำเร็จ ณ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 นายสาร์รัฐ กล่าวว่า “พพ. จัดทำเกณฑ์มาตรฐานการใช้พลังงานในระบบไฟฟ้า โดยในปีนี้ได้ศึกษาเครื่องทำน้ำเย็นซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีการใช้พลังงานสูง โดยศึกษาเกณฑ์ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงมีการทดสอบ ปรับปรุง และปรับแก้หลังจากการนำไปใช้งานจริงในโรงงานควบคุมที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้โรงงานควบคุมเกิดความมั่นใจว่าสามารถนำค่าเกณฑ์มาตรฐานประสิทธิภาพพลังงานเครื่องทำน้ำเย็นไปใช้ในอนาคต โดยมีโรงงานควบคุมเข้าร่วมโครงการจำนวน 63 แห่ง ดำเนินการแล้วเสร็จจำนวน 59 แห่ง เกิดผลประหยัดพลังงานไฟฟ้ารวม 20.5 ล้านหน่วยต่อปีหรือ เทียบเท่า 1.749 พันตันน้ำมันดิบต่อปี คิดเป็นเงินที่ประหยัดได้ 72.99 ล้านบาทต่อปี”
ผอ.องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย เข้าพบ อธิบดี พพ. เพื่อหารือประเด็นความร่วมมือด้านพลังงานหมุนเวียนและอนุรักษ์พลังงาน ระหว่างไทย-เยอรมนี
Mr. Reinhold Elges ผู้อำนวยการองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย และคณะ เข้าพบและร่วมหารือ กับ ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) และผู้แทนจากหน่วยงานภายใน เพื่อนำเสนอผลงานและโครงการด้านพลังงานหมุนเวียน การอนุรักษ์พลังงานและการขนส่งที่ GIZ ได้ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในประเทศไทย รวมถึงความร่วมมือด้านพลังงานในอนาคตระหว่าง ประเทศไทยและประเทศเยอรมนี ณ ห้องประชุมบุญรอด-นิธิพัฒน์ อาคาร 7 กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 สมนึก เนาวแก้ว ถ่ายภาพ/เรียบเรียง
กระทรวงพลังงานสรุปผลสำเร็จ AMEM ครั้งที่ 38 อาเซียนมุ่งกระตุ้นการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสู่นวัตกรรม
นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานการแถลงข่าวผลการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน ครั้งที่ 38 และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (The 38th ASEAN Ministers on Energy Meeting and Associated Meetings: The 38th AMEM) ซึ่งประเทศเวียดนาม เป็นเจ้าภาพจัดประชุมรูปแบบออนไลน์ โดยที่ประชุมอาเซียนยังคงมุ่งเน้นการกระตุ้นการเปลี่ยนผ่านเพื่อความยั่งยืนทางพลังงานในอนาคต พร้อมไปกับการตระหนักถึงผลกระทบจาก COVID-19 และความท้าทายในการพัฒนาเศรษฐกิจ ที่จะเกิดขึ้นในยุคหลังสถานการณ์ COVID-19 และการส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนานวัตกรรมทางพลังงาน ที่ตอบสนองต่อระบบพลังงานรูปแบบใหม่ ณ กระทรวงพลังงาน เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2563 โดยในการประชุม AMEM ครั้งที่ 38 มีผลสำเร็จสำคัญที่เกิดขึ้น ได้แก่ ● เห็นชอบแผนปฏิบัติการความร่วมมืออาเซียนด้านพลังงาน ระยะที่ 2 ปี 2564 – 2568 (APAEC Phase II) โดยมีแนวคิดคือ “มุ่งเน้นการกระตุ้นการเปลี่ยนผ่านและเสริมสร้างความเข้มแข็งในด้านความยืดหยุ่นทางพลังงาน เพื่อไปสู่นวัตกรรมที่ดีกว่า” ● ด้านการเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (APG) มีการขยายการซื้อขายไฟฟ้าแบบพหุภาคีภายในภูมิภาคจาก 3 เป็น 4 ประเทศ และมีการให้คำมั่นจะลงนามในบันทึกความเข้าใจการซื้อขายไฟฟ้าระหว่าง 4 ประเทศคือ สปป ลาว-ไทย-มาเลเซีย-สิงคโปร์ (LTMS-PIP) ในปริมาณ 100 เมกะวัตต์ และจะเริ่มทำการซื้อขายภายในปี 2565-2566 ● ด้านการเชื่อมโยงด้านก๊าซ (TAGP) ได้มีการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านก๊าซธรรมชาติ (สถานีกักเก็บ LNG) ปัจจุบันอาเซียนมีความสามารถในการรองรับได้ทั้งสิ้น 38.75 ล้านตัน/ปี ใน 9 สถานี และส่งเสริมการค้า small scale LNG และการสร้างเสถียรภาพของตลาด LNG ในภูมิภาค ● ด้านถ่านหินและเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด ความก้าวหน้าโครงการจัดตั้งศูนย์พลังงานอาเซียน หรือ ASEAN Centre of Excellence for Clean Coal and Technology เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ถ่านหินของภูมิภาค ● ด้านประสิทธิภาพและการอนุรักษ์พลังงาน (EE&C) ในปี 2561 อาเซียนสามารถลดความเข้มการใช้พลังงาน ได้ร้อยละ 21 สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ดังนั้นในปี 2563 จึงเพิ่มเป้าหมายลดความเข้มการใช้พลังงานจากเดิม ร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 32 ภายในปี 2568 ● ด้านพลังงานหมุนเวียน (RE) อาเซียนเพิ่มเป้าหมายกำลังการผลิตติดตั้งของโรงไฟฟ้าทั้งหมดภายในปี 2568 จากเดิมที่ร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 35 และเร่งสนับสนุนกิจกรรมด้านพลังงานทดแทนเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ที่ร้อยละ 23 ภายในปี 2568 ● ด้านนโยบายและแผนพลังงานของภูมิภาคอาเซียน (REPP) ได้จัดทำการศึกษาทิศทางพลังงานของภูมิภาค อาเซียน ฉบับที่ 6 (AEO6) และเพิ่มแผนการดำเนินงานเกี่ยวกับการรับมือกับสถานการณ์ COVID-19 และสถานการณ์ฉุกเฉินอื่น ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกระทบต่อภาคพลังงาน ● ด้านพลังงานนิวเคลียร์เพื่อประชาชน (CNE) อาเซียนจะเดินหน้าส่งเสริมการดำเนินงานเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์ และเสริมสร้างขีดความสามารถให้แก่บุคลากรทางด้านพลังงานนิวเคลียร์ในภูมิภาค ● ความร่วมมือเครือข่ายการกำกับกิจการพลังงานอาเซียน (AERN) มุ่งเน้นการร่วมมือกันในการศึกษาการเพิ่มบทบาทขององค์กรกำกับกิจการพลังงานและการศึกษาแนวทางการ ซื้อขายไฟฟ้าแบบพหุภาคีในภูมิภาคอาเซียนเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานร่วมกัน ทั้งนี้ อาเซียนยังได้แสดงความยินดีกับบรรดาผู้ได้รับรางวัล ASEAN Energy Awards ประจำปี 2563 ทุกประเภท ซึ่งในปีนี้ไทยเป็นผู้ได้รับรางวัลมากที่สุด ด้านการอนุรักษ์พลังงาน 14 รางวัล ด้านพลังงานหมุนเวียน 11 รางวัล และได้รับ รางวัลบุคคลดีเด่นด้านการบริหารจัดการพลังงานอีก 3 รางวัล
พพ. จับมือ สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ส่งเสริมคาร์บอนต่ำภาคพลังงานในภูมิภาคอาเซียน
กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย จัดพิธีลงนาม Letter of Intent ภายใต้โครงการ ASEAN Low Carbon Energy Programme (ALCEP) โดยมี ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน และ H.E. Brian Davidson เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ร่วมลงนาม เพื่อส่งเสริมการดำเนินงานด้านคาร์บอนต่ำของภาคพลังงานในภูมิภาคอาเซียน ณ โรงแรม W Bangkok เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2563
การบรรยายสรุปเทคโนโลยีการอนุรักษ์พลังงานโดยใช้ระบบธรรมชาติตามสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย
นายโกมล บัวเกตุ รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ให้การต้อนรับ พลตรีธาวิน อัครเมธายุทธ รองเสนาธิการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ในโอกาสที่ได้นำคณะนายทหารที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศชั้นนายพล ของกองทัพไทย ประจำปีงบประมาณ 2564 รุ่นที่ 45 เข้ารับฟังการบรรยายสรุปเทคโนโลยีการอนุรักษ์พลังงานโดยใช้ระบบธรรมชาติตามสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย และเยี่ยมชมศูนย์แสดงเทคโนโลยีด้านพลังงาน ซึ่ง กองพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้านพลังงาน ร่วมกับ กองถ่ายทอดและเผยแพร่เทคโนโลยี ได้จัดฐานการเรียนรู้ ประกอบด้วย ศูนย์แสดงนิทรรศการภาคอาคารธุรกิจ, ภาคที่อยู่อาศัย, ฐานพลังงานชีวมวล, พลังงานแสงอาทิตย์, พลังงานชีวภาพ, ไบโอดีเซล, พลังงานลม และสาธิตการล้างทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศ ณ อาคารอนุรักษ์พลังงานเฉลิมพระเกียรติ ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 ถ่ายภาพ สมนึก เนาวแก้ว เรียบเรียง ชัยวัฒน์ ไชยสุข
พพ.เดินหน้าใช้กฎกระทรวง BEC คุมอาคารใหม่-ดัดแปลง
พพ. เดินหน้าใช้กฎกระทรวงBEC คุมอาคารใหม่-ดัดแปลงขนาด2,000 ตร.ม.ขึ้นไป หลังได้ประกาศในราชกิจจาฯ มีผลบังคับใช้13 มี.ค.64 ชูเป็นกฎหมายสำคัญช่วยประหยัดพลังงานในภาคอาคารร้อยละ10 ลดการใช้ไฟฟ้าได้รวม 13,700 ล้านหน่วย หรือกว่า 47,000 ล้านบาท ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 7,282 ตัน ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เปิดเผยว่า พพ. ได้ริเริ่ม พัฒนา ผลักดัน กฎกระทรวงเกณฑ์การออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน หรือ Building Energy Code : BEC เพื่อเป็นมาตรฐานบังคับใช้กับอาคารขนาดใหญ่ ที่มีการใช้พลังงานสูง ด้วยการกำหนดมาตรฐานและหลักเกณฑ์และวิธีการออกแบบอาคาร เพื่อให้อาคารมีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2563 กฎกระทรวงกำหนดประเภทหรือขนาดของอาคารและมาตรฐาน หลักเกณฑ์ และวิธีการในการออกแบบเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ ๒๕๖๓ ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้ว และจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค.2564 เป็นต้นไปกับอาคารขนาด 10,000 ตร.ม.ขึ้นไปก่อน และอาคาร 5,000 ตร.ม.ขึ้นไปในปี 2565 และอาคาร 2,000 ตร.ม.ขึ้นไป ในปี 2566 ตามลำดับ สําหรับกฎกระทรวงเกณฑ์การออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน นี้ ได้กําหนดให้อาคารที่จะก่อสร้างใหม่หรือดัดแปลงครอบคลุมอาคาร 9 ประเภท ที่มีขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตร.ม.ขึ้นไป ต้องดําเนินการออกแบบให้เป็นไปตามเกณฑ์ประสิทธิภาพพลังงานขั้นต่ำ ซึ่งครอบคลุมระบบเปลือกอาคาร ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ระบบปรับอากาศ ระบบผลิตน้ําร้อน และการใช้พลังงานหมุนเวียน ทั้งนี้ พพ.ได้มีการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการบังคับใช้กฎกระทรวงฯ ในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยมีดำเนินการ ดังนี้ 1.จัดตั้งศูนย์ประสานงานการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงานเพื่อให้คําปรึกษาแนะนําและตรวจรับรองแบบอาคารภาครัฐ โดยรับรองผลภายใน 28 วันทําการ 2.จัดสัมมนาให้ความรู้แนวทางการออกแบบอาคารตามเกณฑ์มาตรฐาน BEC ให้กับเจ้าของอาคาร ผู้ออกแบบ ผู้ผลิตผู้จำหน่ายวัสดุ/อุปกรณ์ สถาปนิก วิศวกร และผู้ที่สนใจทั้งภาครัฐและเอกชน รวมกว่า 3,500 คน 3.ฝึกอบรมผู้ตรวจรับรองแบบอาคารให้กับวิศวกรและสถาปนิก มีผู้สำเร็จหลักสูตรแล้วจำนวนกว่า 650 คน มีเป้าหมายจำนวน 1,500 คน ในปี 2566 4.จัดสัมมนาอบรมให้ความรู้ความเข้าใจแนวทางการพิจารณาอนุญาตก่อสร้างอาคารตามเกณฑ์ BEC ให้กับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ปัจจุบันอบรมไปแล้วจำนวนกว่า 2,800 คน ทั่วประเทศ มีเป้าหมาย 4,000 คน ภายในปี 2565 5.ลงนามบันทึกความร่วมมือ เพื่อสร้างเครือข่ายส่งเสริมและสนับสนุนการออกแบบอาคารตามเกณฑ์ BEC ร่วมกับภาคเอกชนและภาครัฐ มากกว่า 30 แห่ง 6.นำร่องให้บริการตรวจประเมินแบบอาคารตามเกณฑ์ BECกับอาคารภาครัฐและภาคเอกชนที่สมัครใจ ตั้งแต่ปี 2552–2563 มีจำนวนกว่า 850 อาคาร มีผลประหยัด 630 ล้านหน่วย หรือประมาณ 54 ktoe/ปี 7.จัดงานมอบฉลากแบบอาคารอนุรักษพลังงาน (BEC Awards) ให้แก่อาคารที่ผ่านการตรวจการประเมินแบบอาคาร และมีผลประหยัดสูงกว่าเกณฑ์BEC (ร้อยละ 30 ขึ้นไป) ดำเนินการตั้งแต่ปี 2559-2562 รวมมากกว่า 130 อาคาร ดร.ประเสริฐ กล่าวอีกว่า กฎกระทรวงBECดังกล่าว จะช่วยให้เจ้าของอาคารและผู้ใช้อาคารจะจ่ายค่าไฟลดลงอย่างน้อยร้อยละ 10 ส่วนประเทศไทยเราก็จะประหยัดพลังงานมากขึ้น และมีเป้าหมายตามแผนEEP2018 ว่าภายใน 20 ปี จะสามารถประหยัดไฟฟ้าได้รวม 13,700 ล้านหน่วย คิดเป็น 1,166 ktoe หรือคิดเป็นเงินกว่า 47,000 ล้านบาท ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 7,282 ตัน กระทรวงกำหนดประเภท หรือขนาดของอาคาร และมาตรฐาน หลักเกณฑ์ และวิธีการในการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. ๒๕๖๓ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/A/094/T_0007.PDF
อัครราชทูตออสเตรเลีย เข้าเยี่ยม อพพ. ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ และหารือแนวทางความร่วมมือด้านพลังงานหมุนเวียนและการอนุรักษ์พลังงาน
Mr. Paul Stephens อัครราชทูตและผู้แทนถาวรออสเตรเลียประจำยูเอ็นเอสแคป และคณะ เข้าเยี่ยมคารวะ ดร. ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ และหารือแนวทางความร่วมมือด้านพลังงานหมุนเวียนและการอนุรักษ์พลังงานระหว่างไทยและออสเตรียเลีย ณ ห้องประชุม อาคาร 1 กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2563
การสัมมนาเพื่อออกแบบปรับปรุงระบบปฏิบัติงานด้านพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน
ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เป็นประธานกล่าวปิดโครงการสัมมนาเพื่อออกแบบปรับปรุงระบบการปฏิบัติงานด้านพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน และได้มอบนโยบายและทิศทางการดำเนินงานของ พพ. โดยโครงการสัมมนาที่จัดขึ้นนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมสร้างวิสัยทัศน์และแนวคิดด้านการบริหารจัดการมุมมองเชิงระบบที่จำเป็นต่อการนำไปใช้ในการดำเนินงาน เพิ่มพื้นฐานทักษะการออกแบบ ปรับปรุงการปฏิบัติงาน เสริมสร้างความร่วมมือในการปฏิบัติงานระหว่างหน่วยงานภายในกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน โดยจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งหมด 5 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมสัมมนาประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญ ผู้อำนวยการกอง หัวหน้ากลุ่มงาน และผู้ปฏิบัติงาน ณ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ สยามสแควร์ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2563 จักรกฤต นิยมทัศน์ ถ่ายภาพ ชัยวัฒน์ ไชยสุข เรียบเรียง
กระทรวงพลังงานสรุปผลการดำเนินงาน โครงการส่งเสริมและสนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานในโรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ ในพระราชูปถัมภ์ฯ
นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดงานแถลงผลการดำเนินงาน โครงการส่งเสริมและสนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานในโรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ในพระราชูปถัมภ์ฯ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยสนับสนุนงบประมาณปรับเปลี่ยนติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน ซึ่งเกิดการประหยัดค่าพลังงานรวมมากกว่า 7.7 แสนหน่วยต่อปี คิดเป็นเงินราว 3.24 ล้านบาทต่อปี ณ กระทรวงพลังงาน เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2563 นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า "กระทรวงพลังงานได้ส่งเสริมโครงการดังกล่าวกับกลุ่มโรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ในพระราชูปถัมภ์ 6 แห่ง โดยร่วมกับหน่วยงานในสังกัดดำเนินการผ่านการจัดกิจกรรม จิตอาสาพลังงาน เราทำความดีด้วยหัวใจ อาทิ การให้ความรู้เรื่องการประหยัดพลังงาน การให้ความรู้การใช้ก๊าซหุงต้ม อย่างปลอดภัยในโรงเรียนและชุมชน การถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับปิโตรเลียม การให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพ พร้อมกับสร้างห้องเรียนสีเขียว เพื่อสร้างทัศนคติการใช้ไฟฟ้า" "นอกจากนี้กระทรวงพลังงาน โดย กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน พพ. ได้ดำเนินการปรับเปลี่ยน หลอดไฟ LED 5,751 หลอด เปลี่ยนเครื่องปรับอากาศเก่าเป็นแบบประหยัดไฟระบบ Inverter 144 เครื่อง ติดตั้งเครื่องปรับอากาศระบบ VRF 19 ระบบ ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ 270.08 กิโลวัตต์ พร้อมระบบบริหารจัดการพลังงาน Internet of Things ในโรงเรียน ซึ่งทำให้เกิดการประหยัดพลังงานและสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน อย่างเป็นรูปธรรม มีผลประหยัดรวมกันกว่า 772,830 หน่วยต่อปี คิดเป็นเงิน 3,245,886 บาทต่อปี" รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าว วิชัยยุทธ เสือสมิง ถ่ายภาพ จารุกิตติ์ จิติมา เรียบเรียง กลุ่มประชาสัมพันธ์ สล.
พพ. แถลงผลความสำเร็จโครงการสนับสนุนการลงทุนการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ในโรงพยาบาลของรัฐ (Matching Fund) ระยะที่ 3
ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เป็นประธานเปิดงานสัมมนาแถลงผลความสำเร็จโครงการสนับสนุนการลงทุนการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ในโรงพยาบาลของรัฐ (Matching Fund) ระยะที่ 3 พร้อมมอบเกียรติบัตรให้กับโรงพยาบาลของรัฐที่เข้าร่วมโครงการฯ ณ ห้องเทวกรรมรังรักษ์ สโมสรทหารบก กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2563 ดร.ประเสริฐ กล่าวว่า "กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ได้จัดทำโครงการสนับสนุนการลงทุนการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ในโรงพยาบาลของรัฐ (Matching Fund) ระยะที่ 3 เพื่อสนับสนุนเงินลงทุนบางส่วนสำหรับปรับปรุงหรือปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ พร้อมทั้งลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของโรงพยาบาล เนื่องจากมีการบริการประชาชนตลอด 24 ชม. ทำให้เกิดการใช้พลังงานสูง โดย พพ. ให้การสนับสนุนการลงทุนในอัตราร้อยละ 70 และสนับสนุนค่าที่ปรึกษาในการออกแบบและควบคุมงานในอัตราร้อยละ 5 ของเงินลงทุนทั้งหมด ซึ่งมีโรงพยาบาลเข้าร่วมโครงการ จำนวน 147 แห่ง คิดเป็นพลังงานที่ประหยัดได้ไม่น้อยกว่า 7.72 ktoe ต่อปี หรือคิดเป็นเงิน 341 ล้านบาทต่อปี และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 12,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี" ถ่ายภาพ วิชัยยุทธ เสือสมิง เรียบเรียง จารุกิตติ์ จิติมา
พพ. แถลงผลความสำเร็จโครงการสนับสนุนการลงทุนการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ในโรงพยาบาลของรัฐ (Matching Fund) ระยะที่ 2
นายโกมล บัวเกตุ รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เป็นประธานเปิดงานสัมมนาแถลงผลความสำเร็จโครงการสนับสนุนการลงทุนการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ในโรงพยาบาลของรัฐ (Matching Fund) ระยะที่ 2 พร้อมมอบเกียรติบัตรให้กับโรงพยาบาลของรัฐที่เข้าร่วมโครงการฯ ณ ห้องเทวกรรมรังรักษ์ สโมสรทหารบก กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2563 นายโกมล กล่าวว่า "การใช้พลังงานในอาคารโรงพยาบาลของรัฐ ซึ่งมีการบริการประชาชนตลอด 24 ชม. ทำให้เกิดการใช้พลังงานสูง กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน จึงได้จัดทำโครงการสนับสนุนการลงทุนการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ในโรงพยาบาลของรัฐ (Matching Fund) ระยะที่ 2 เพื่อสนับสนุนเงินลงทุนบางส่วนสำหรับปรับปรุงหรือปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ พร้อมทั้งลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของโรงพยาบาล โดยมีโรงพยาบาลเข้าร่วมโครงการ จำนวน 78 แห่ง คิดเป็นพลังงานที่ประหยัดได้ไม่น้อยกว่า 270 ล้านเมกะจูลต่อปี หรือคิดเป็นเงินประมาณ 283 ล้านบาทต่อปี และสามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้ไม่น้อยกว่า 45,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี" ถ่ายภาพ วิชัยยุทธ เสือสมิง เรียบเรียง จารุกิตติ์ จิติมา
พพ. น้อมถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2563
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) อัญเชิญองค์ผ้าพระกฐินพระราชทาน นำไปถวายพระสงฆ์จำพรรษาถ้วนไตรมาส ณ วัดตูม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2563 โดยมี ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2563 พร้อมทั้งถวายจตุปัจจัยเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เพื่อการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และบำรุงการศึกษาแก่โรงเรียนวัดตูม (สิริปุณยาประชาสรรค์) ซึ่งมียอดจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น 2,280,952.23 บาท โดยมีข้าราชการและเจ้าหน้าที่ พพ. พร้อมประชาชนในพื้นที่ร่วมพิธี สมนึก เนาวแก้ว ถ่ายภาพ ชัยวัฒน์ ไชยสุข เรียบเรียง
พพ. จัดการฝึกอบรมหลักสูตรความรู้ทั่วไปและการวิเคราะห์ทางการเงิน สำหรับการผลิตไฟฟ้าและความร้อนจากชีวมวล
ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เป็นประธานเปิดการอบรม หลักสูตรความรู้ทั่วไปและการวิเคราะห์ทางการเงิน สำหรับการผลิตไฟฟ้าและความร้อนจากชีวมวล ทั้งนี้ พพ. ร่วมกับ ESCAP ดำเนินโครงการ Building Capacity of ASEAN Countries in Biomass Energy Development through Local Capacity Development พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมความรู้ทั่วไปและการวิเคราะห์ทางการเงินสำหรับการผลิตไฟฟ้าและความร้อนจากชีวมวล โดยมีหน่วยงานส่วนท้องถิ่น ภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เข้าร่วมการฝึกอบรม ณ ห้องเบต้า ชั้น 2 โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2563
พพ. แถลงผลการดำเนินงาน การอนุรักษ์พลังงานแบบมีส่วนร่วมในอาคารธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก กลุ่มที่ 1
นายโกมล บัวเกตุ รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เป็นประธานเปิดการสัมมนาแถลงผลการดำเนินงาน การอนุรักษ์พลังงานแบบมีส่วนร่วมในอาคารธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก กลุ่มที่ 1 พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ณ ห้องประชุมปิ่นเกล้า โรงแรม เอส.ดี. อเวนิว กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2563 นายโกมล กล่าวว่า "กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน มีภารกิจในการกำหนดมาตรการและแผนงานเพื่อดำเนินการอนุรักษ์พลังงานให้บรรลุผลสำเร็จโดยมีผลการประหยัดอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งให้คำปรึกษาแนะนำแก่คณะทำงานของสถานประกอบการ ตลอดจนแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่างๆ โดยกลุ่มที่ 1 พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีสถานประกอบการที่เป็นอาคารธุรกิจนอกข่ายควบคุมเข้าร่วมโครงการจำนวน 25 แห่ง ประหยัดพลังงานได้รวม 144.18 ตันเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อปี คิดเป็นเงินรวม 6,628,000 บาทต่อปี"
การประชุมหารือการปรับหลักเกณฑ์โรงไฟฟ้าชุมชน "โครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก"
นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ให้การต้อนรับ นายกวิน ทังสุพานิช เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และเป็นประธานในการประชุมหารือการปรับหลักเกณฑ์โรงไฟฟ้าชุมชน "โครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก" โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบการ และผู้แทนจากกลุ่มเกษตรกร เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมบุญรอด-นิธิพัฒน์ อาคาร 7 ชั้น 11 พพ. เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2563

หน้า : << ก่อนหน้า 1 2 3 [4] 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 ถัดไป>>

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน เลขที่ 17 ถนนพระรามที่ 1 เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
ติดต่อสอบถาม : Tel. 0-2223-0021-9 , 0-2223-2593-5 , 0-2222-4102-9 | Fax. 0-2225-3785 | E-mail : contact@dede.go.th 
แจ้งปัญหาการใช้งานระบบงานเว็บไซต์ Email : webmaster@dede.go.th
สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ.2557 ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537