หน๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝัก >> ข่าวผู้บริหาร

ข่าวผู้บริหาร
กิจกรรมวันสถาปนาครบรอบ 68ปี พพ.
นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน และ ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่ พพ. เข้าสักการะพ่อปู่สิงห์สุระชัยยะเทวะ และร่วมถวายเครื่องสังฆทาน พร้อมภัตตาหารแด่พระสงฆ์จำนวน 9 รูป เนื่องในงานวันคล้ายวันสถาปนา พพ. ครบรอบ 68 ปี ณ อาคาร 2 พพ. เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2564 ถ่ายภาพ สมนึก เนาวแก้ว, วิชัยยุทธ เสือสมิง, จักรกฤต นิยมทัศน์ เรียบเรียง จารุกิตติ์ จิติมา
กิจกรรมประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต
นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน และผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน รวมทั้งข้าราชการและเจ้าหน้าที่ พพ. ร่วมกิจกรรมประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต ภายใต้แนวคิด พพ. ยืนหยัด ซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส เป็นธรรม ณ บริเวณลานเสาธง พพ. เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2564 ถ่ายภาพ สมนึก เนาวแก้ว, วิชัยยุทธ เสือสมิง, จักรกฤต นิยมทัศน์ เรียบเรียง จารุกิตติ์ จิติมา
การประชุมหารือการส่งเสริมรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครอย่างเป็นรูปธรรม
ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ให้การต้อนรับคณะเจ้าหน้าที่จากบริษัท Urban Mobility Tech จำกัด ภายใต้บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ในโอกาสที่ได้มานำเสนอผลการพัฒนารถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าโฉมใหม่ ที่มีความสะดวกสบายด้วยที่นั่งผู้โดยสารถึง 6 ที่นั่ง ขึ้นลงสะดวก ปลอดภัย สามารถเรียกรถผ่านแพลตฟอร์มกลางที่คำนวณราคาจากระยะการเดินทางได้ พร้อมกันนี้ได้มีการหารือถึงแนวทางในการเพิ่มศักยภาพรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าในประเทศไทย ทั้งด้านจำนวน และคุณภาพ ณ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2564 สมนึก เนาวแก้ว ถ่ายภาพ ชัยวัฒน์ ไชยสุข เรียบเรียง
พพ. เชิญภาคเอกชนร่วมประชุมเพื่อหาแนวทางการส่งเสริมจักรยานยนต์ไฟฟ้า
ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เป็นประธานในการประชุมหารือการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยศึกษาโมเดลการใช้จักรยานยนต์ไฟฟ้าในวินมอเตอร์ไซค์ บริการขนส่งสินค้า และบริการรับส่งอาหาร ร่วมกับผู้แทนจากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เจ้าของแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี “โรบินฮู้ด”, บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ก่อตั้งโครงการสตาร์ตอัพ "วิน โน หนี้", สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย และผู้เชี่ยวชาญจากภาคเอกชน เพื่อวิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคของตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ สถานีชาร์จ รวมถึงวิธีการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้มีประสิทธิภาพ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ขับขี่ในการเลือกใช้จักรยานยนต์ไฟฟ้า ณ ห้องประชุมบุญรอด-นิธิพัฒน์ อาคาร 7 ชั้น 11 กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2563 วิชัยยุทธ เสือสมิง ถ่ายภาพ ชัยวัฒน์ ไชยสุข เรียบเรียง
การประชุมหารือในโครงการ Renewable Energy Technologies in Cities and Urban Planning for Renewable Energy Applications in Thailand
การประชุมหารือในโครงการ Renewable Energy Technologies in Cities and Urban Planning for Renewable Energy Applications in Thailand ดร. ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เป็นประธานในการประชุมหารือในโครงการ Renewable Energy Technologies in Cities and Urban Planning for Renewable Energy Applications in Thailand เพื่อการหารือและคัดเลือกจังหวัดเป้าหมายในการดำเนินโครงการฯ รวมถึงการพิจารณาองค์ประกอบของคณะทำงาน ณ ห้องประชุมบุญรอด-นิธิพัฒน์ อาคาร 7 ชั้น 11 กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2563 โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมการประชุมฯ ได้แก่ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน และผู้แทนกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ได้แก่ กองวิจัย ค้นคว้าพลังงาน กองพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ กองพัฒนาบุคลากรด้านพลังงาน กองส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และกองยุทธศาสตร์และแผนงาน
การประชุมคณะกรรมการองค์การเขื่อนใหญ่แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1/2563
ดร. ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ในฐานะรองประธานคณะกรรมการองค์การเขื่อนใหญ่แห่งประเทศไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการองค์การเขื่อนใหญ่แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1/2563 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหารือถึงแนวทางการปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการฯ บทบาทหน้าที่ และแผนกิจกรรมในอนาคต เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจและอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานต่าง ๆ ในปัจจุบัน ณ ห้องประชุมบุญรอด-นิธิพัฒน์ ชั้น 11 อาคาร 7 พพ. เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2563 นอกจากนั้น ยังได้มีการนำเสนอรายงานผลการประชุม Annual General Assembly of ICOLD ประจำปี ค.ศ. 2020 ซึ่งจัดขึ้นทาง Video conference เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 อีกด้วย โดยมีคณะกรรมการฯ เข้าร่วมการประชุมฯ จาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กรมชลประทาน สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ บริษัท ปัญญา คอนซัลแตนท์ จำกัด และผู้แทนจากหน่วยงานของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ประกอบด้วย สำนักงานเลขานุการกรม กองพัฒนาพลังงานทดแทน และกองยุทธศาสตร์และแผนงาน
พพ. ศึกษาดูงานการบริหารจัดการโรงไฟฟ้า พร้อมช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้และมอบเวชภัณฑ์ให้โรงพยาบาล
นายนันทนิษฎ์ วงศ์วัฒนา ผู้อำนวยการกองพัฒนาพลังงานทดแทน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) นำคณะเจ้าหน้าที่ศึกษาดูงานการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าภายใต้การดำเนินการของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ณ โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา จังหวัดนครราชสีมา และโรงไฟฟ้าพลังน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น พร้อมบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้และมอบเวชภัณฑ์ให้กับโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 17-18 ธันวาคม 2563
พพ.จับมือ กรมราชทัณฑ์ ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนในเรือนจำและทัณฑสถาน
กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ร่วมกับ กรมราชทัณฑ์ จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เรื่อง การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนในเรือนจำและทัณฑสถาน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการจัดการด้านพลังงาน ของกรมราชทัณฑ์ให้มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยลดค่าใช้จ่ายในด้านสาธารณูปโภค ณ ห้องสัมมนา กรมราชทัณฑ์ เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2563 ดร. ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กล่าวว่า “พพ. มีหน้าที่ในการสร้างความยั่งยืนด้านพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานในประเทศ เล็งเห็นว่า เรือนจำและทัณฑสถานนั้น มีการใช้พลังงานเป็นปริมาณมาก หากสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน จะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคลดลง พร้อมทั้งสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดย พพ. จะให้ความร่วมมือในการส่งเสริมและสนับสนุนด้านวิชาการ ด้านบุคลากร ด้านกฎหมาย รวมถึงการวิจัย พัฒนาองค์ความรู้และสร้างสรรค์นวัตกรรม” นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า “กรมราชทัณฑ์ได้ให้ความสำคัญในการประหยัดพลังงาน เนื่องด้วยเรือนจำและทัณฑสถานมีผู้ต้องขังในปริมาณมาก จึงมีค่าใช้จ่ายการใช้พลังงานในแต่ละปีสูงมากแต่มีข้อจำกัดทางด้านองค์ความรู้และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านพลังงาน จึงได้ประสานความร่วมมือ กับ พพ. เพื่อสนับสนุนทางวิชาการ ด้านบุคลากร ด้านกฎหมาย การวิจัยพัฒนาองค์ความรู้ โดยการร่วมมือกันในครั้งนี้ จะทำให้การประหยัดพลังงานของกรมราชทัณฑ์ประสบผลสำเร็จ และลดภาระงบประมาณของประเทศต่อไป” วิชัยยุทธ เสือสมิง ถ่ายภาพ จารุกิตติ์ จิติมา เรียบเรียง
พพ. จัดฝึกอบรมออนไลน์ โครงการ The 5th Practical Energy Management Trainning of the AJEEP Scheme 2 (Trainning of Trainers-TOT)
เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2563 ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เป็นประธานกล่าวต้อนรับผู้เข้ารับการฝึกอบรม หลักสูตร The 5th Practical Energy Management Trainning of the AJEEP Scheme 2 (Trainning of Trainers-TOT) under SOME-METI Work Programme 2020-2021 ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือภายใต้เครือข่าย Energy Efficiency and Consevation Sub-Sector Network (EE&C-SSN) ตามแผน APAEC และ กองพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้านพลังงาน พพ. ได้ดำเนินการจัดฝึกอบรมมาอย่างต่อเนื่อง จำนวน 4 ครั้ง โดยในการฝึกอบรมครั้งนี้เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จึงได้จัดฝึกอบรมในรูปแบบออนไลน์ (Virtually) มีผู้เข้าร่วมฝึกอบรมจากศูนย์พลังงานอาเซียน (ACE) และกลุ่มประเทศอาเซียน รวม 18 คน ผู้เข้าร่วมฝึกอบรมจะได้เรียนรู้ผ่านวิดีโอการฝึกปฏิบัติการ อาทิ การตรวจวัดและวิเคราะห์พลังงานสำหรับหม้อไอน้ำและกับดักไอน้ำ, เตาเผา, ปั๊มน้ำ, เครื่องอัดอากาศ, พัดลม, เครื่องผลิตน้ำเย็น, ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ในหลักสูตร 3 วัน ระหว่างวันที่ 14-16 ธันวาคม 2563 ถ่ายภาพ วิชัยยุทธ เสือสมิง เรียบเรียง ชัยวัฒน์ ไชยสุข
พพ. แถลงผลสำเร็จ การส่งเสริมและสนับสนุนนวัตกรรมด้านอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน
นายสาร์รัฐ ประกอบชาติ ผู้อำนวยการกองกำกับและอนุรักษ์พลังงาน เปิดการสัมมนาแถลงผลการดำเนินงาน โครงการส่งเสริมและสนับสนุนนวัตกรรมด้านอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ภายใต้เงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ปีงบประมาณ 2562 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2563 โครงการส่งเสริมและสนับสนุนนวัตกรรมด้านอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน เป็นการให้เงินสนับสนุนแบบให้เปล่า (Grant) จำนวนร้อยละ 50 ของมูลค่าโครงการ แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท โดยผู้ที่เข้าร่วมโครงการต้องเป็นนิติบุคคลที่ถือหุ้นโดยคนไทยมากว่าร้อยละ 51 เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการด้านอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ให้มีเงินทุนสำหรับการพัฒนาและวิจัยทางด้านนวัตกรรมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน โดยนวัตกรรมที่ได้ ต้องมีผลประหยัดไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 จากการดำเนินโครงการฯ ได้เกิดนวัตกรรมหรือเทคโนโลยี จำนวน 6 นวัตกรรม ทั้งในด้านการนำเทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) และ Machine Learning มาควบคุมการทำงานอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ระบบปรับอากาศ ระบบแสงสว่าง และระบบอัดอากาศ และการประยุกต์ใช้และพัฒนากระบวนการผลิต เพื่อให้ได้ผลประหยัดพลังงานและไม่กระทบต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์
พพ. จัดสัมมนาเผยแพร่ผลการศึกษา โครงการศึกษาข้อมูลและศักยภาพการอนุรักษ์พลังงานในกลุ่มรถบรรทุกสินค้าและรถโดยสาร (กลุ่ม 3, 4)
นายโกมล บัวเกตุ รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เป็นประธานเปิดสัมมนาเผยแพร่ผลการศึกษา โครงการศึกษาข้อมูลและศักยภาพการอนุรักษ์พลังงานในกลุ่มรถบรรทุกสินค้าและรถโดยสาร เพื่อจัดทำค่าพารามิเตอร์ที่เกี่ยวข้องที่ใช้ในการประเมินผลการอนุรักษ์พลังงานในภาคขนส่งที่มีความเหมาะสม เพื่อให้เกิดความสอดคล้องตามแผนอนุรักษ์พลังงาน ในมาตรการอนุรักษ์พลังงานภาคขนส่ง ณ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2563 การสัมมนาในวันนี้ เป็นการนำเสนอผลการศึกษาศักยภาพในการอนุรักษ์พลังงานในกลุ่มรถบรรทุกสินค้าและรถโดยสาร โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 3 การขนส่งน้ำมัน และกลุ่มที่ 4 การขนส่งผู้โดยสาร ซึ่งที่ผ่านมา พพ. ได้ทำการศึกษารวบรวมข้อมูลพื้นฐาน วิเคราะห์ข้อมูลการใช้พลังงาน รวมทั้งสำรวจข้อคิดเห็นจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนผู้ประกอบการ เพื่อนำมาใช้จัดทำแนวทางข้อเสนอแนะให้มีความครบถ้วนรอบด้าน และสามารถดำเนินการได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดผลการอนุรักษ์พลังงานในภาคขนส่งให้ได้ตามเป้าหมาย
พพ. จัดสัมมนาเผยแพร่ผลการศึกษา โครงการศึกษาข้อมูลและศักยภาพการอนุรักษ์พลังงานในกลุ่มรถบรรทุกสินค้าและรถโดยสาร (กลุ่ม1, 2)
นายโกมล บัวเกตุ รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เป็นประธานเปิดสัมมนาเผยแพร่ผลการศึกษา โครงการศึกษาข้อมูลและศักยภาพการอนุรักษ์พลังงานในกลุ่มรถบรรทุกสินค้าและรถโดยสาร เพื่อจัดทำค่าพารามิเตอร์ที่เกี่ยวข้องที่ใช้ในการประเมินผลการอนุรักษ์พลังงานในภาคขนส่งที่มีความเหมาะสม เพื่อให้เกิดความสอดคล้องตามแผนอนุรักษ์พลังงาน ในมาตรการอนุรักษ์พลังงานภาคขนส่ง ณ ห้องกมลทิพย์ 2 โรงแรมสุโกศล เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2563 นายโกมล กล่าวว่า “การสัมมนาในวันนี้ เป็นการนำเสนอผลการศึกษาศักยภาพในการอนุรักษ์พลังงานในกลุ่มรถบรรทุกสินค้า โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 การขนส่งสินค้าทั่วไปและผลผลิตการเกษตร และกลุ่มที่ 2 การขนส่งวัสดุก่อสร้างและตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งที่ผ่านมา พพ. ได้ทำการศึกษารวบรวมข้อมูลพื้นฐาน วิเคราะห์ข้อมูลการใช้พลังงาน รวมทั้งสำรวจข้อคิดเห็นจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนผู้ประกอบการ เพื่อนำมาใช้จัดทำแนวทางข้อเสนอแนะให้มีความครบถ้วนรอบด้าน และสามารถดำเนินการได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดผลการอนุรักษ์พลังงานในภาคขนส่งให้ได้ตามเป้าหมายต่อไป”
พพ. จัดสัมมนา“โครงการพัฒนาเครื่องมือและรูปแบบการตรวจรับรองมาตรฐาน ISO 50001 เข้าสู่ระบบการจัดการพลังงานตามกฎหมาย”
ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เป็นประธานกล่าวเปิดงานสัมมนา “โครงการพัฒนาเครื่องมือและรูปแบบการตรวจรับรองมาตรฐาน ISO 50001 เข้าสู่ระบบการจัดการพลังงานตามกฎหมาย” ซึ่งเป็นการบูรณาการระบบการจัดการพลังงานตามกฎหมายและระบบมาตรฐานตามมาตรฐานสากล ISO 50001 เข้าด้วยกันเพื่อลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินการจัดการพลังงาน ณ ห้องนพวงงศ์ 1 ชั้น 2 โรงแรมเดอะทวินทาวเวอร์กรุงเทพมหานคร เมื่อวันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2563 ตาม พ.ร.บ. การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2550) หมวด 3 การอนุรักษ์พลังงานในเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ และส่งเสริมการใช้วัสดุหรืออุปกรณ์เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน มาตรา 23 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2551 เป็นผลให้อาคารควบคุม/โรงงานควบคุม ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายให้ถูกต้องครบถ้วนและมีประสิทธิภาพ โดย พพ. เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานบังคับใช้กฎหมายอนุรักษ์พลังงานกับโรงงานควบคุม จำนวน 5,693 โรงงาน และอาคารควบคุม จำนวน 2,982 อาคาร ดังนั้น พพ. จึงมีการพัฒนารูปแบบและเครื่องมือ ให้ออกมาในรูปแบบของระบบฐานข้อมูล และทำการคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายจากโรงงานควบคุมและอาคารควบคุมที่มีการจัดทำระบบ ISO 50001 ทั่วประเทศ จำนวน 52 แห่ง จากนั้นนำฐานข้อมูลที่พัฒนาขึ้นมาทดสอบ และปรับใช้มีการเข้าให้คำปรึกษา และอบรมวิธีการใช้ระบบฐานข้อมูล ปรางค์วิไล ชัยยา เรียบเรียง วิชัยยุทธ เสือสมิง ถ่ายภาพ
พพ. แถลงผลสำเร็จการใช้เกณฑ์มาตรฐานในระบบความร้อนและไฟฟ้าในโรงงานควบคุม
นายสาร์รัฐ ประกอบชาติ ผู้อำนวยการกองกำกับและอนุรักษ์พลังงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เป็นประธานเปิดการสัมมนาแถลงผลการดำเนินงาน โครงการพัฒนาและสาธิตการใช้เกณฑ์มาตรฐานประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอุปกรณ์ระบบความร้อนและไฟฟ้าของโรงงานควบคุม ตาม พ.ร.บ การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 (กลุ่มอุปกรณ์ระบบความร้อน) ณ โรงแรมเดอะทวินทาวเวอร์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 โดยผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ได้มีการจัดส่งทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าสำรวจตรวจวัดกลุ่มตัวอย่าง และรวบรวมข้อมูลการใช้พลังงานของอุปกรณ์หม้อน้ำในระบบความร้อน เพื่อหาศักยภาพในการอนุรักษ์พลังงาน ร่วมกับทีมอนุรักษ์พลังงานของโรงงานที่เข้าร่วมโครงการ ตรวจวัดการใช้พลังงานก่อนปรับปรุงและหลังปรับปรุง โดยมีโรงงานควบคุมเข้าร่วม จำนวน 62 แห่ง เกิดผลประหยัดพลังงานความร้อนรวม 14.512 พันตันน้ำมันดิบต่อปี คิดเป็นเงินที่ประหยัดได้ 213 ล้านบาทต่อปี สมนึก เนาวแก้ว ถ่ายภาพ/เรียบเรียง
พพ. แถลงผลสำเร็จ โครงการพัฒนาและสาธิตการใช้เกณฑ์มาตรฐานประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอุปกรณ์ระบบความร้อนและไฟฟ้าของโรงงานควบคุม ตาม พ.ร.บ. การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 (กลุ่มอุปกรณ์ระบบไฟฟ้า)
นายสาร์รัฐ ประกอบชาติ ผู้อำนวยการกองกำกับและอนุรักษ์พลังงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เป็นประธานเปิดงานสัมมนาแถลงผลสำเร็จ โครงการพัฒนาและสาธิตการใช้เกณฑ์มาตรฐานประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอุปกรณ์ระบบความร้อนและไฟฟ้าของโรงงานควบคุม ตาม พ.ร.บ. การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 (กลุ่มอุปกรณ์ระบบไฟฟ้า) พร้อมทั้งมอบเกียรติบัตร เพื่อแสดงความยินดีกับสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการและดำเนินการจนประสบผลสำเร็จ ณ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 นายสาร์รัฐ กล่าวว่า “พพ. จัดทำเกณฑ์มาตรฐานการใช้พลังงานในระบบไฟฟ้า โดยในปีนี้ได้ศึกษาเครื่องทำน้ำเย็นซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีการใช้พลังงานสูง โดยศึกษาเกณฑ์ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงมีการทดสอบ ปรับปรุง และปรับแก้หลังจากการนำไปใช้งานจริงในโรงงานควบคุมที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้โรงงานควบคุมเกิดความมั่นใจว่าสามารถนำค่าเกณฑ์มาตรฐานประสิทธิภาพพลังงานเครื่องทำน้ำเย็นไปใช้ในอนาคต โดยมีโรงงานควบคุมเข้าร่วมโครงการจำนวน 63 แห่ง ดำเนินการแล้วเสร็จจำนวน 59 แห่ง เกิดผลประหยัดพลังงานไฟฟ้ารวม 20.5 ล้านหน่วยต่อปีหรือ เทียบเท่า 1.749 พันตันน้ำมันดิบต่อปี คิดเป็นเงินที่ประหยัดได้ 72.99 ล้านบาทต่อปี”
ผอ.องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย เข้าพบ อธิบดี พพ. เพื่อหารือประเด็นความร่วมมือด้านพลังงานหมุนเวียนและอนุรักษ์พลังงาน ระหว่างไทย-เยอรมนี
Mr. Reinhold Elges ผู้อำนวยการองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย และคณะ เข้าพบและร่วมหารือ กับ ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) และผู้แทนจากหน่วยงานภายใน เพื่อนำเสนอผลงานและโครงการด้านพลังงานหมุนเวียน การอนุรักษ์พลังงานและการขนส่งที่ GIZ ได้ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในประเทศไทย รวมถึงความร่วมมือด้านพลังงานในอนาคตระหว่าง ประเทศไทยและประเทศเยอรมนี ณ ห้องประชุมบุญรอด-นิธิพัฒน์ อาคาร 7 กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 สมนึก เนาวแก้ว ถ่ายภาพ/เรียบเรียง
กระทรวงพลังงานสรุปผลสำเร็จ AMEM ครั้งที่ 38 อาเซียนมุ่งกระตุ้นการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสู่นวัตกรรม
นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานการแถลงข่าวผลการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน ครั้งที่ 38 และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (The 38th ASEAN Ministers on Energy Meeting and Associated Meetings: The 38th AMEM) ซึ่งประเทศเวียดนาม เป็นเจ้าภาพจัดประชุมรูปแบบออนไลน์ โดยที่ประชุมอาเซียนยังคงมุ่งเน้นการกระตุ้นการเปลี่ยนผ่านเพื่อความยั่งยืนทางพลังงานในอนาคต พร้อมไปกับการตระหนักถึงผลกระทบจาก COVID-19 และความท้าทายในการพัฒนาเศรษฐกิจ ที่จะเกิดขึ้นในยุคหลังสถานการณ์ COVID-19 และการส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนานวัตกรรมทางพลังงาน ที่ตอบสนองต่อระบบพลังงานรูปแบบใหม่ ณ กระทรวงพลังงาน เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2563 โดยในการประชุม AMEM ครั้งที่ 38 มีผลสำเร็จสำคัญที่เกิดขึ้น ได้แก่ ● เห็นชอบแผนปฏิบัติการความร่วมมืออาเซียนด้านพลังงาน ระยะที่ 2 ปี 2564 – 2568 (APAEC Phase II) โดยมีแนวคิดคือ “มุ่งเน้นการกระตุ้นการเปลี่ยนผ่านและเสริมสร้างความเข้มแข็งในด้านความยืดหยุ่นทางพลังงาน เพื่อไปสู่นวัตกรรมที่ดีกว่า” ● ด้านการเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (APG) มีการขยายการซื้อขายไฟฟ้าแบบพหุภาคีภายในภูมิภาคจาก 3 เป็น 4 ประเทศ และมีการให้คำมั่นจะลงนามในบันทึกความเข้าใจการซื้อขายไฟฟ้าระหว่าง 4 ประเทศคือ สปป ลาว-ไทย-มาเลเซีย-สิงคโปร์ (LTMS-PIP) ในปริมาณ 100 เมกะวัตต์ และจะเริ่มทำการซื้อขายภายในปี 2565-2566 ● ด้านการเชื่อมโยงด้านก๊าซ (TAGP) ได้มีการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านก๊าซธรรมชาติ (สถานีกักเก็บ LNG) ปัจจุบันอาเซียนมีความสามารถในการรองรับได้ทั้งสิ้น 38.75 ล้านตัน/ปี ใน 9 สถานี และส่งเสริมการค้า small scale LNG และการสร้างเสถียรภาพของตลาด LNG ในภูมิภาค ● ด้านถ่านหินและเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด ความก้าวหน้าโครงการจัดตั้งศูนย์พลังงานอาเซียน หรือ ASEAN Centre of Excellence for Clean Coal and Technology เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ถ่านหินของภูมิภาค ● ด้านประสิทธิภาพและการอนุรักษ์พลังงาน (EE&C) ในปี 2561 อาเซียนสามารถลดความเข้มการใช้พลังงาน ได้ร้อยละ 21 สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ดังนั้นในปี 2563 จึงเพิ่มเป้าหมายลดความเข้มการใช้พลังงานจากเดิม ร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 32 ภายในปี 2568 ● ด้านพลังงานหมุนเวียน (RE) อาเซียนเพิ่มเป้าหมายกำลังการผลิตติดตั้งของโรงไฟฟ้าทั้งหมดภายในปี 2568 จากเดิมที่ร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 35 และเร่งสนับสนุนกิจกรรมด้านพลังงานทดแทนเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ที่ร้อยละ 23 ภายในปี 2568 ● ด้านนโยบายและแผนพลังงานของภูมิภาคอาเซียน (REPP) ได้จัดทำการศึกษาทิศทางพลังงานของภูมิภาค อาเซียน ฉบับที่ 6 (AEO6) และเพิ่มแผนการดำเนินงานเกี่ยวกับการรับมือกับสถานการณ์ COVID-19 และสถานการณ์ฉุกเฉินอื่น ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกระทบต่อภาคพลังงาน ● ด้านพลังงานนิวเคลียร์เพื่อประชาชน (CNE) อาเซียนจะเดินหน้าส่งเสริมการดำเนินงานเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์ และเสริมสร้างขีดความสามารถให้แก่บุคลากรทางด้านพลังงานนิวเคลียร์ในภูมิภาค ● ความร่วมมือเครือข่ายการกำกับกิจการพลังงานอาเซียน (AERN) มุ่งเน้นการร่วมมือกันในการศึกษาการเพิ่มบทบาทขององค์กรกำกับกิจการพลังงานและการศึกษาแนวทางการ ซื้อขายไฟฟ้าแบบพหุภาคีในภูมิภาคอาเซียนเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานร่วมกัน ทั้งนี้ อาเซียนยังได้แสดงความยินดีกับบรรดาผู้ได้รับรางวัล ASEAN Energy Awards ประจำปี 2563 ทุกประเภท ซึ่งในปีนี้ไทยเป็นผู้ได้รับรางวัลมากที่สุด ด้านการอนุรักษ์พลังงาน 14 รางวัล ด้านพลังงานหมุนเวียน 11 รางวัล และได้รับ รางวัลบุคคลดีเด่นด้านการบริหารจัดการพลังงานอีก 3 รางวัล
พพ. จับมือ สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ส่งเสริมคาร์บอนต่ำภาคพลังงานในภูมิภาคอาเซียน
กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย จัดพิธีลงนาม Letter of Intent ภายใต้โครงการ ASEAN Low Carbon Energy Programme (ALCEP) โดยมี ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน และ H.E. Brian Davidson เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ร่วมลงนาม เพื่อส่งเสริมการดำเนินงานด้านคาร์บอนต่ำของภาคพลังงานในภูมิภาคอาเซียน ณ โรงแรม W Bangkok เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2563
การบรรยายสรุปเทคโนโลยีการอนุรักษ์พลังงานโดยใช้ระบบธรรมชาติตามสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย
นายโกมล บัวเกตุ รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ให้การต้อนรับ พลตรีธาวิน อัครเมธายุทธ รองเสนาธิการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ในโอกาสที่ได้นำคณะนายทหารที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศชั้นนายพล ของกองทัพไทย ประจำปีงบประมาณ 2564 รุ่นที่ 45 เข้ารับฟังการบรรยายสรุปเทคโนโลยีการอนุรักษ์พลังงานโดยใช้ระบบธรรมชาติตามสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย และเยี่ยมชมศูนย์แสดงเทคโนโลยีด้านพลังงาน ซึ่ง กองพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้านพลังงาน ร่วมกับ กองถ่ายทอดและเผยแพร่เทคโนโลยี ได้จัดฐานการเรียนรู้ ประกอบด้วย ศูนย์แสดงนิทรรศการภาคอาคารธุรกิจ, ภาคที่อยู่อาศัย, ฐานพลังงานชีวมวล, พลังงานแสงอาทิตย์, พลังงานชีวภาพ, ไบโอดีเซล, พลังงานลม และสาธิตการล้างทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศ ณ อาคารอนุรักษ์พลังงานเฉลิมพระเกียรติ ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 ถ่ายภาพ สมนึก เนาวแก้ว เรียบเรียง ชัยวัฒน์ ไชยสุข
พพ.เดินหน้าใช้กฎกระทรวง BEC คุมอาคารใหม่-ดัดแปลง
พพ. เดินหน้าใช้กฎกระทรวงBEC คุมอาคารใหม่-ดัดแปลงขนาด2,000 ตร.ม.ขึ้นไป หลังได้ประกาศในราชกิจจาฯ มีผลบังคับใช้13 มี.ค.64 ชูเป็นกฎหมายสำคัญช่วยประหยัดพลังงานในภาคอาคารร้อยละ10 ลดการใช้ไฟฟ้าได้รวม 13,700 ล้านหน่วย หรือกว่า 47,000 ล้านบาท ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 7,282 ตัน ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เปิดเผยว่า พพ. ได้ริเริ่ม พัฒนา ผลักดัน กฎกระทรวงเกณฑ์การออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน หรือ Building Energy Code : BEC เพื่อเป็นมาตรฐานบังคับใช้กับอาคารขนาดใหญ่ ที่มีการใช้พลังงานสูง ด้วยการกำหนดมาตรฐานและหลักเกณฑ์และวิธีการออกแบบอาคาร เพื่อให้อาคารมีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2563 กฎกระทรวงกำหนดประเภทหรือขนาดของอาคารและมาตรฐาน หลักเกณฑ์ และวิธีการในการออกแบบเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ ๒๕๖๓ ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้ว และจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค.2564 เป็นต้นไปกับอาคารขนาด 10,000 ตร.ม.ขึ้นไปก่อน และอาคาร 5,000 ตร.ม.ขึ้นไปในปี 2565 และอาคาร 2,000 ตร.ม.ขึ้นไป ในปี 2566 ตามลำดับ สําหรับกฎกระทรวงเกณฑ์การออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน นี้ ได้กําหนดให้อาคารที่จะก่อสร้างใหม่หรือดัดแปลงครอบคลุมอาคาร 9 ประเภท ที่มีขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตร.ม.ขึ้นไป ต้องดําเนินการออกแบบให้เป็นไปตามเกณฑ์ประสิทธิภาพพลังงานขั้นต่ำ ซึ่งครอบคลุมระบบเปลือกอาคาร ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ระบบปรับอากาศ ระบบผลิตน้ําร้อน และการใช้พลังงานหมุนเวียน ทั้งนี้ พพ.ได้มีการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการบังคับใช้กฎกระทรวงฯ ในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยมีดำเนินการ ดังนี้ 1.จัดตั้งศูนย์ประสานงานการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงานเพื่อให้คําปรึกษาแนะนําและตรวจรับรองแบบอาคารภาครัฐ โดยรับรองผลภายใน 28 วันทําการ 2.จัดสัมมนาให้ความรู้แนวทางการออกแบบอาคารตามเกณฑ์มาตรฐาน BEC ให้กับเจ้าของอาคาร ผู้ออกแบบ ผู้ผลิตผู้จำหน่ายวัสดุ/อุปกรณ์ สถาปนิก วิศวกร และผู้ที่สนใจทั้งภาครัฐและเอกชน รวมกว่า 3,500 คน 3.ฝึกอบรมผู้ตรวจรับรองแบบอาคารให้กับวิศวกรและสถาปนิก มีผู้สำเร็จหลักสูตรแล้วจำนวนกว่า 650 คน มีเป้าหมายจำนวน 1,500 คน ในปี 2566 4.จัดสัมมนาอบรมให้ความรู้ความเข้าใจแนวทางการพิจารณาอนุญาตก่อสร้างอาคารตามเกณฑ์ BEC ให้กับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ปัจจุบันอบรมไปแล้วจำนวนกว่า 2,800 คน ทั่วประเทศ มีเป้าหมาย 4,000 คน ภายในปี 2565 5.ลงนามบันทึกความร่วมมือ เพื่อสร้างเครือข่ายส่งเสริมและสนับสนุนการออกแบบอาคารตามเกณฑ์ BEC ร่วมกับภาคเอกชนและภาครัฐ มากกว่า 30 แห่ง 6.นำร่องให้บริการตรวจประเมินแบบอาคารตามเกณฑ์ BECกับอาคารภาครัฐและภาคเอกชนที่สมัครใจ ตั้งแต่ปี 2552–2563 มีจำนวนกว่า 850 อาคาร มีผลประหยัด 630 ล้านหน่วย หรือประมาณ 54 ktoe/ปี 7.จัดงานมอบฉลากแบบอาคารอนุรักษพลังงาน (BEC Awards) ให้แก่อาคารที่ผ่านการตรวจการประเมินแบบอาคาร และมีผลประหยัดสูงกว่าเกณฑ์BEC (ร้อยละ 30 ขึ้นไป) ดำเนินการตั้งแต่ปี 2559-2562 รวมมากกว่า 130 อาคาร ดร.ประเสริฐ กล่าวอีกว่า กฎกระทรวงBECดังกล่าว จะช่วยให้เจ้าของอาคารและผู้ใช้อาคารจะจ่ายค่าไฟลดลงอย่างน้อยร้อยละ 10 ส่วนประเทศไทยเราก็จะประหยัดพลังงานมากขึ้น และมีเป้าหมายตามแผนEEP2018 ว่าภายใน 20 ปี จะสามารถประหยัดไฟฟ้าได้รวม 13,700 ล้านหน่วย คิดเป็น 1,166 ktoe หรือคิดเป็นเงินกว่า 47,000 ล้านบาท ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 7,282 ตัน กระทรวงกำหนดประเภท หรือขนาดของอาคาร และมาตรฐาน หลักเกณฑ์ และวิธีการในการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. ๒๕๖๓ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/A/094/T_0007.PDF

หน้า : << ก่อนหน้า 1 2 [3] 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 ถัดไป>>

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน เลขที่ 17 ถนนพระรามที่ 1 เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
ติดต่อสอบถาม : Tel. 0-2223-0021-9 , 0-2223-2593-5 , 0-2222-4102-9 | Fax. 0-2225-3785 | E-mail : contact@dede.go.th 
แจ้งปัญหาการใช้งานระบบงานเว็บไซต์ Email : webmaster@dede.go.th
สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ.2557 ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537