หน้าหลัก >> ข่าวผู้บริหาร

ข่าวผู้บริหาร
พพ. จัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการในการเขียนข้อเสนอโครงการต่อแหล่งทุนต่างประเทศ
กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน ร่วมกับ สถาบันวิศวกรรมพลังงาน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดกิจกรรม Workshop on Developing International Project and Enhancing Communication & Network Skills
อธิบดีพพ. เปิดโครงการไฟฟ้าพลังน้ำแม่ฮ่องสอน
วันที่ 31 ม.ค. 63 นายยงยุทธ จันทรโรทัย อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานเป็นประธานเปิด โครงการไฟฟ้าพลังน้ำแม่ฮ่องสอน โดยมีการปรับปรุงประสิทธิภาพและเพิ่มกำลังผลิต จากเดิม850 กิโลวัตต์ เพิ่มเป็นขนาดกำลังผลิต 2,005 กิโลวัตต์ เพื่อเพิ่มการใช้ทรัพยากรน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเป็นการผลิตพลังงานไฟฟ้าสะอาด ไม่เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนของประเทศ และเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงาน ลดการสูญเสียในระบบสายส่งไฟฟ้า และเสริมสร้างความมั่นคงในระบบสายส่งของประเทศ และ เกิดการจ้างแรงงานในท้องถิ่นช่วงการก่อสร้างโครงการ ณ โครงการไฟฟ้าพลังน้ำจังหวัดแม่ฮ่องสอน
อธิบดีพพ. ตรวจเยี่ยมโรงไฟฟ้าห้วยแก้ว
30 ม.ค. 63 นายยงยุทธ จันทรโรทัย อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงงาน ตรวจเยี่ยม โรงไฟฟ้าพลังน้ำชุมชน โครงการห้วยแก้ว บ้านห้วยแก้วบนและบ้านห้วยช่างเหล็ก หมู่ที่ 7 ต้าบลผาบ่อง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำชุมชน โครงการห้วยแก้ว ประกอบด้วยฝายน้ำล้น สูง 2 เมตร ยาว 6 เมตร ชนิด คอนกรีตเสริมเหล็ก ปิดกั้นลำน้ำห้วยแก้ว เพื่อยกระดับน้ำ โดยที่ฝายมีอาคารควบคุมติดตั้งบานประตูควบคุมน้ำ เพื่อผันน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า และบานระบายตะกอน เพื่อระบายตะกอนหน้าฝาย แล้วส่งน้ำไปตามท่อส่งน้ำ ชนิด พีวีซี ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 40 เซ็นติเมตร ยาว 1,484 เมตร และท่อเหล็กส่งน้ำรับแรงดัน ขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 40 เซ็นติเมตร ยาว 127 เมตร ความสูงหัวน้ำในการผลิตไฟฟ้า 32.61 เมตร ปริมาณน้ำออกแบบ 150 ลิตรต่อวินาที เข้าสู่อาคารโรงไฟฟ้า ซึ่งติดตั้งเครื่องกังหันน้ำ ชนิด Cross Flow แบบแกนนอน ขนาดกำลัง ผลิตติดตั้ง 34 kW และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าชนิด Synchronous Generator ขนาด 37.5 kVA แรงดัน 380/220 V 3 เฟส 4 สาย และทำการติดตั้งระบบสายส่งแรงสูงขนาด 3.5 kV ความยาวรวม 3.5 กิโลเมตร เพื่อนำเอาพลังงาน ไฟฟ้าที่ผลิตได้ป้อนเข้าสู่ชุมชนผู้ใช้ไฟฟ้าโดยตรง จำนวน 72 ครัวเรือน คือ หมู่บ้านห้วยช่างเหล็ก หมู่บ้านห้วยแก้ว บน และโครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริ ห้วยช่างเหล็ก ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้
เทศกาลโคนมแห่งชาติ ประจำปี 2563
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงาน "เทศกาลโคนมแห่งชาติ ประจำปี 2563” ภายใต้แนวคิด "รักนม รักฟาร์ม สืบสาน รักษา ต่อยอดโคนมอาชีพพระราชทาน” ในการนี้ได้เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เรื่อง "การบริหารจัดการพลังงานในฟาร์มโคนม” โดยมีนายสาร์รัฐ ประกอบชาติ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน รับเสด็จพร้อมถวายรายงาน ณ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2563 โดยงานจะจัดถึงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563
พพ. นำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมผู้ได้รับรางวัล Thailand Energy Awards และ ASEAN Energy Awards
พพ. นำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมผู้ได้รับรางวัล Thailand Energy Awards และ ASEAN Energy Awards นางสาวนวลจันทร์ เตชะเสริมสุขกูล รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) นำคณะเจ้าหน้าที่ พพ. และสื่อมวลชน เข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงานผลสำเร็จของผู้ได้รับรางวัล Thailand Energy Awards 2019 ประเภทโครงการที่เชื่อมโยงกับระบบสายส่งไฟฟ้า (On-Grid) และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ASEAN Energy Awards 2019 ณ โรงไฟฟ้าชีวมวลทุ่งสังกรีน (TSG ) ของบริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TPCH ที่ตำบลทุ่งสัง อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2563 โรงไฟฟ้าทุ่งสังกรีน (TSG ) เป็นโรงไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) มีกำลังการผลิตติดตั้ง 9.5 เมกะวัตต์ ผลิตกระแสไฟฟ้าป้อนเข้าสู่ระบบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จำนวน 9.2 เมกะวัตต์ ใช้วัสดุทางการเกษตรเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้าได้หลากหลายชนิด (Multi-Fuel) อาทิ ไม้ยางพารา (ตอไม้ รากไม้ ปลายไม้ และปีกไม้) และกะลา/ทะลายปาล์ม ติดตั้งระบบเครื่องดักจับไฟฟ้าสถิต (ESP) เพื่อดักจับฝุ่นจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงในระบบการผลิต ป้องกันผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต่อชุมชนโดยรอบ อีกทั้งยังสร้างรายได้หมุนเวียนภายในชุมชนมากกว่าปีละ 100 ล้านบาท จากการซื้อขายวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและการจ้างงานบุคลากรภายในพื้นที่ถึงร้อยละ 93 เป็นการสร้างเศรษฐกิจชุมชนให้มีความเข้มแข็ง สอดรับกับนโยบายของกระทรวงพลังงานที่จะให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาพลังงานของประเทศ
มอบวุฒิบัตรแก่ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม “โครงการพัฒนาบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน"
วันนี้ (21 ม.ค. 63) นายวันชัย บรรลือสินธุ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เป็นประธานมอบวุฒิบัตรแก่ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม "โครงการพัฒนาบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(Energy Experts)" โดยมีการจัดฝึกอบรม ระหว่างวันที่ 25 ก.ค. 62 ถึงวันที่ 9 ม.ค. 63 ณ ห้องประชุม อาคาร 2 พพ.
กระทรวงพลังงานจัดกิจกรรมจิตอาสาฯ รร.ทีปังกรฯ (มัธยมวัดหัตถสารเกษตร) ครู-นักเรียนสร้างเครือข่ายประหยัดพลังงานสู่ครอบครัว-ชุมชน
นายสมบูรณ์ หน่อแก้ว รองปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดงาน "จิตอาสาพลังงาน เราทำความดีด้วยหัวใจ” ณ โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (มัธยมวัดหัตถสารเกษตร) ในพระราชูปถัมภ์ฯ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2563 ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกฯ ภายใต้โครงการส่งเสริมและสนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานในโรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ในพระราชูปถัมภ์ฯ ซึ่งกระทรวงพลังงานร่วมกับกลุ่มโรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ในพระราชูปถัมภ์ฯ 6 แห่งจัดกิจกรรมดังกล่าว โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนโรงเรียน ครู และนักเรียน เรียนรู้เรื่องการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดพลังงาน และเป็นเครือข่ายพลังงานขยายผลสู่ครอบครัวและชุมชนต่อไป
กิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์ครบรอบ 67 ปี พพ.
นายยงยุทธ จันทรโรทัย อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เป็นประธานเปิดกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์ครบรอบ 67 ปี พพ. ภายในงานมีการแข่งกีฬามหาสนุก ซึ่งแบ่งเป็น 3 สี คือสีชมพู สีเขียว และสีฟ้า โดยมีเจ้าหน้าที่พพ. ร่วมแข่งขัน และเป็นกองเชียร์อย่างคับคั่ง ณ บริเวณรอบเสาธง กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2563
กิจกรรมวันสถาปนาครบรอบ 67 ปี พพ.
นายยงยุทธ จันทรโรทัย อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน นำผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพลังงานและคณะเจ้าหน้าที่ พพ. สักการะพ่อปู่สิงห์สุระชัยยะเทวะ และร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 36 รูป ณ บริเวณรอบลานเสาธง หลังจากนั้นร่วมถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์จำนวน 9 รูป ณ อาคาร 2 เนื่องในงานวันคล้ายวันสถาปนา พพ. ครบรอบ 67 ปี เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2563
รมว. พลังงาน นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงาน ทำบุญตักบาตรรับพรปีใหม่ 2563
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงาน และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพลังงาน ร่วมทำบุญตักบาตร เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2563 โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เป็นประธานในพิธีสักการะพระพรหม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงพลังงาน โดยถวายพวงมาลัยสักการะทั้ง 4 ทิศ พร้อมทั้งถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ จากนั้นจึงได้นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงาน และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพลังงาน ใส่บาตรข้าวสารอาหารแห้งพระสงฆ์ จำนวน 63 รูป ณ บริเวณลานพระพรหม ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ กระทรวงพลังงาน เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2563
รมว. พลังงานชี้ทิศทางพลังงานปี 2563 แจ้งเกิดโรงไฟฟ้าชุมชน –เปิดสำรวจปิโตรเลียมรอบใหม่ - มุ่งสู่ฮับ LNG ภูมิภาค
กระทรวงพลังงานภายใต้การนำของ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ สรุปผลงานด้านพลังงานที่เป็นรูปธรรมในช่วงปีที่ผ่านมา พร้อมวางทิศทางพลังงานในปี 2563 คาดผุดโรงไฟฟ้าชุมชนได้ภายในครึ่งปีแรก ปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้เกิดความเป็นธรรม ส่งเสริมการใช้ B10 ทั่วประเทศ พร้อมเปิดสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่ มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางซื้อขายไฟฟ้าในภูมิภาค และการเป็นฮับ LNG เตรียมซื้อขายได้จริงภายในไตรมาสที่ 3 ปีหน้า เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2562 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แถลงผลการดำเนินงานของกระทรวงพลังงานในช่วงที่ผ่านมาว่า ในช่วงที่ได้เข้ามาทำงานในกระทรวงพลังงานนั้นได้ผลักดันผลงานให้บรรลุเป้าหมายไม่เพียงแต่ด้านพลังงานเท่านั้น แต่ยังมองว่าต้องบรรลุเป้าหมายของประเทศร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพลังงานทั่วถึง มั่นคง สร้างรายได้ให้ประเทศ การสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก ส่งเสริมและใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ลดภาระค่าครองชีพ ลดความเหลื่อมล้ำ ยกบทบาทไทยเป็นศูนย์กลางด้านพลังงานในภูมิภาค รวมถึงส่งเสริมพลังงานสะอาดและลดมลพิษจากการใช้พลังงาน “เป้าหมายหนึ่งที่เป็นหัวใจในการทำงานของผมและได้ย้ำมาโดยตลอดคือ การสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก เพราะเป็นภาคส่วนที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพถ้าเราเข้าไปปลดล็อคหรือส่งเสริมให้ตรงจุด และที่สำคัญคนกลุ่มนี้จะสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนให้เศรษฐกิจของประเทศ แม้ว่าจะมีความผันผวนจากภายนอกเกิดขึ้นก็ตาม” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกล่าว สำหรับผลการดำเนินการในปีที่ผ่านมาที่เป็นรูปธรรมได้แก่ -การส่งเสริมให้น้ำมัน B10 เป็นน้ำมันดีเซลเกรดพื้นฐาน ซึ่งช่วยสร้างสมดุลของดีมานด์และซัพพลายของปาล์มน้ำมันให้เกิดขึ้นในระยะยาว โดยช่วงนี้จะเห็นได้ชัดว่า ปาล์มน้ำมันถูกยกระดับราคาอยู่ที่กิโลกรัมละเกือบ 6 บาทแล้ว -โครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งเป้าหมายเพื่อประชาชนในท้องถิ่นและเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ โดยมีกลไกของเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นเครื่องมือหนึ่งมาร่วมพัฒนาทำให้เกิดเป็นรูปธรรม “อาจมีหลายฝ่ายกังวลว่าจะเป็นการเอื้อประโยชน์แก่เอกชนนั้น ขอเน้นย้ำว่ากลไกคัดเลือกต่างๆ ได้มอบนโยบายไว้แล้วว่า ต้องมีความชัดเจน โปร่งใส ไม่เกิดข้อครหาแต่อย่างใด” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกล่าว -การช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนด้านพลังงาน ซึ่งค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเป็นค่าใช้จ่ายสำคัญของประชาชน จากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของครัวเรือนในประเทศไทยสูงถึงประมาณ 2,280 บาทต่อเดือน ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงพลังงานได้ช่วยลดค่าครองชีพด้านพลังงาน ทั้งการตรึงราคาก๊าซหุงต้มขนาด 15 กิโลกรัมไว้ที่ 363 บาทต่อถัง ช่วยตรึงค่า Ft ช่วง 4 เดือนแรกของปีหน้า และการลดราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินและกลุ่มดีเซลลิตรละ 1 บาทเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค. 62 - 10 ม.ค.63 เพื่อเป็นการส่งเสริมการเดินทางช่วงปีใหม่ ช่วยลดภาระค่าครองชีพ และเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ที่กระทรวงพลังงานมอบให้ประชาชน -การสร้างบทบาทนำด้านพลังงานในเวทีนานาชาติ โดยปี 2562 ที่ผ่านมาไทยเป็นประธานอาเซียน และเป็นเจ้าภาพหลักในการประชุมขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยไทยมีภูมิศาสตร์เป็นศูนย์กลางอาเซียนสามารถเป็นจุดเชื่อมโยงระบบฟ้าจากตะวันตกไปตะวันออก จากเหนือไปใต้เชื่อมระเบียงเศรษฐกิจ โดยการประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียนที่ผ่านมาเพิ่มกรอบการขายไฟฟ้าจาก สปป.ลาว ผ่านไทยไปยังมาเลเซียขึ้นอีกเป็น 300 เมกะวัตต์ -การสร้างรายได้เข้าสู่ภาครัฐ โดยปีงบประมาณ 2562 จัดเก็บรายได้จากกิจการปิโตรเลียมเข้าสู่ภาครัฐจำนวน 166,332 ล้านบาท ค่าภาคหลวง 45,555 ล้านบาท เงินผลประโยชน์ตอบแทนพิเศษ 1,151 ล้านบาท รายได้จากองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย 12,688 ล้านบาท เป็นต้น ทั้งนี้ ในปี 2563 ที่จะมาถึง กระทรวงพลังงานได้วางทิศทางการดำเนินการด้านพลังงานไว้ 3 ด้านหลักๆ คือ ด้านเศรษฐกิจฐานราก/การช่วยค่าครองชีพประชาชน จะเร่งผลักดันโรงไฟฟ้าชุมชนให้เกิดขึ้นภายในครึ่งปีแรก ขับเคลื่อนโครงการชุมชนผ่านกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน อาทิ สถานีพลังงานชุมชุน และที่เร่งด่วนคือ โครงการสูบน้ำเพื่อการเกษตรเพื่อสู้ภัยแล้ง การปรับโครงสร้างราคาน้ำมันและก๊าซให้มีความเป็นธรรม การส่งเสริมการใช้ B10 ให้กว้างขวาง และบริหารน้ำมันปาล์มดิบในภาคพลังงานอย่างเป็นระบบ ด้านความเข้มแข็งทางพลังงาน จะทบทวนแผนบูรณาการพลังงานระยะยาว (TIEB) ให้พร้อมเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ภายในไตรมาสแรกของปีหน้า การเปิดสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่ การผลักดันการเจรจาพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา รวมถึงการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า(EV)และค่าไฟฟ้ารถ EV และรถไฟฟ้าสาธารณะ ด้านบทบาทนำในภูมิภาค โดยกำหนดกรอบเพื่อการเป็นศูนย์กลางซื้อขายไฟฟ้าในภูมิภาค และมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลาง LNG ซึ่งคาดว่าจะสามารถเกิดการซื้อขายได้จริงภายในไตรมาสที่ 3 ของปีหน้า
การจ่ายเงินค่าชดเชยเป็นกรณีพิเศษแก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนลำปะทาว จังหวัดชัยภูมิ
นายวันชัย บันลือสินธุ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการจ่ายเงินค่าชดเชยเป็นกรณีพิเศษแก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนลำปะทาว จังหวัดชัยภูมิ และพบปะราษฎรจากตำบลเก่าย่าดี ณ อาคารศาลาประชาคม ศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2562 ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติหลักการเพื่อจ่ายเงินค่าชดเชยเป็นกรณีพิเศษแก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนลำปะทาว จังหวัดชัยภูมิ จำนวน 2 บัญชี รวม 394 ราย ในวงเงิน 177,755,320 บาท เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2562 และได้แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลการจ่ายเงินค่าชดเชยเป็นกรณีพิเศษแก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนลำปะทาว จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิเป็นประธาน มีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและราษฎรในจังหวัดชัยภูมิ ตลอดจนผู้แทนจาก พพ. ร่วมเป็นคณะกรรมการเพื่อกำกับดูแลการจ่ายเงินและจำนวนเงินค่าชดเชยให้ถูกต้องครบถ้วนตามบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ คณะกรรมการฯ ได้มีมติในที่ประชุมกำหนดให้จ่ายเงินครั้งแรกแก่ราษฎรจำนวนทั้งสิ้น 394 ราย ในระหว่างวันที่ 23 – 26 ธันวาคม 2562 เกือบ 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ของโครงการไฟฟ้าพลังน้าลำปะทาว ได้ช่วยสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชน เกิดการใช้ประโยชน์จากการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังน้า กว่าปีละ 18.41 ล้านหน่วย ช่วยประหยัดเงินจากการนำเข้าพลังงานปีละ 25 ล้านบาท เกิดผลประโยชน์ด้านชลประทาน ที่สามารถส่งน้ำเพื่อการเกษตรกว่า 27,000 ไร่ ให้ชาวชัยภูมิ และพืนที่ใกล้เคียง ได้ใช้พลังงานสะอาด การบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรที่ยั่งยืน และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่ชุมชน
“พพ.” เปิดตัวแอพพลิเคชั่น Smart Building 4.0
กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เเปิดตัวแอพพลิเคชั่น Smart Building 4.0 ยกระดับการบริการติดฉลากแสดงข้อมูลการใช้พลังงานในอาคารผ่านระบบออนไลน์บนมือถือทั้งระบบไอโอเอส และแอนดรอยด์ เอื้อผู้ประกอบการลดต้นทุน เพิ่มขีดการแข่งขัน พร้อมประเดิมมอบฉลากอาคารที่ทดสอบระบบนำร่อง 20 แห่ง เดินหน้าอนุรักษ์พลังงานในอาคารรับเกณฑ์ใหม่ BEC ที่จะมีผลบังคับปี 2563 กับอาคารใหม่และดัดแปลง 9 ประเภทที่มีขนาด 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป นายโกมล บัวเกตุ ผู้อำนวยการกองกำกับและอนุรักษ์พลังงาน พพ. เปิดเผยว่า วันนี้ (18 ธันวาคม 2562) พพ. ได้จัดสัมมนาเปิดตัวแอพพลิเคชั่น “สมาร์ท บิลดิ้ง 4.0 (Application Smart Building 4.0”)  ภายใต้โครงการขยายผลติดฉลากแสดงข้อมูลการใช้พลังงานในอาคาร ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัล ออนไลน์ผ่านระบบเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นบนมือถือ (Mobile Application) เพื่อยกระดับการบริการให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้ประกอบการที่ต้องการความรวดเร็วสามารถใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะส่งผลให้มีการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากร ในการบริหารจัดการอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนด้านพลังงานซึ่งเป็นรายจ่ายหลักของอาคาร รวมทั้งเป็นการแสดงข้อมูลการใช้พลังงานของอาคารเพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อ หรือเช่าอาคารต่างๆ ของผู้ใช้อาคาร เพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันเชิงการค้าพร้อมสู่ระดับผู้นำในอาเซียน   “พพ.ได้พัฒนาเครื่องมือเชื่อมต่อแสดงผลข้อมูลผ่านเว็บไซต์ Smart Building 4.0 และระบบโมบายแอพพลิเคชั่น Smart Building 4.0 ผ่านมือถือที่ดาวน์โหลดได้ทั้งระบบไอโอเอส (IOS) และแอนดรอยด์ (Android) ซึ่งจะทำให้ลดขั้นตอนการทำงาน จากเดิมที่ต้องใช้ที่ปรึกษาเข้าประเมินประสิทธิภาพอาคาร ณ สถานประกอบการเป็นการประเมินประสิทธิภาพอาคารด้วยตนเองผ่านระบบเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นบนมือ โดยที่ปรึกษาจะตรวจสอบความถูกต้องและอนุมัติการติดฉลากอาคาร ผ่านระบบออนไลน์ให้ ” นายโกมล กล่าว. สำหรับการดำเนินงานดังกล่าว พพ.ได้มีการทดสอบการใช้งานร่วมกับอาคารธุรกิจที่ได้มอบฉลากแสดงข้อมูลการใช้พลังงานสำหรับอาคารธุรกิจให้แก่อาคารธุรกิจ 20 แห่งซึ่งภายในงานครั้งนี้ พพ.จึงทำพิธีมอบฉลากฯสำหรับอาคาร                20 แห่งดังกล่าวที่เข้าร่วมโครงการฯในรอบปี 2562 ประกอบด้วย ประเภทอาคารธุรกิจโรงแรม, อาคารธุรกิจศูนย์การค้า ,โรงพยาบาล และสถานศึกษา การพัฒนาแอพพลิเคชั่นดังกล่าวเป็นการขยายผลติดฉลากแสดงข้อมูลการใช้พลังงานในอาคาร ปี 62 ภายใต้แผนอนุรักษ์พลังงาน 20 ปี พ.ศ. 2558-2579 ที่กระทรวงพลังงาน ได้กำหนดมาตรการใช้เกณฑ์มาตรฐานอาคาร เพื่อกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายอนุรักษ์พลังงาน (มาตรฐาน BEC) กับอาคารสร้างใหม่หรือดัดแปลง ที่มีขนาดใหญ่และส่งเสริมอาคารเก่าให้มีการบริหารจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งจากการดำเนินงานในช่วงปี 60-61 ที่ผ่านมานั้น ใช้กระบวนการส่งที่ปรึกษาเข้าประเมินประสิทธิภาพอาคาร ณ สถานประกอบการ และสรุปผลการประเมินโดยใช้ที่ปรึกษามีส่วนร่วมในกระบวนการเป็นสำคัญ ซึ่งมีอาคารที่เข้าร่วมดำเนินงานโครงการทั้งสิ้น 60 แห่ง ทั้งนี้ในปี 2563 พพ.จึงนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์พลังงานที่ จะประกาศใช้มาตรการด้านการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน หรือ BEC (Building Energy Code) กับอาคารก่อสร้างใหม่หรือดัดแปลง                9 ประเภท ได้แก่ 1. สำนักงาน 2. โรงแรม 3. โรงพยาบาล 4. ศูนย์การค้า 5. โรงมหรสพ 6. สถานบริการ 7. อาคารชุมนุมคน 8. อาคารชุด และ 9. สถานศึกษา ซึ่งนำร่องอาคารที่มีขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตร (ตร.ม.) ขึ้นไปในปี 2563       ปี 2564 บังคับใช้กับอาคารที่มีขนาดตั้งแต่ 5,000 ตารางเมตรขึ้นไป และในปี 2565 บังคับใช้ กับอาคารที่มีขนาดตั้งแต่ 2,000 ตารางเมตรขึ้นไป
พพ. สนับสนุนผู้ประกอบการ 45 ราย เข้าร่วมโครงการติดตั้งพาราโบลาโดม ปี 2562
นายสุรีย์ จรูญศักดิ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เป็นประธานในพิธีมอบสัญญาโครงการสนับสนุนการลงทุนติดตั้งใช้งานระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ ปี 2562 และพิธีมอบโล่แก่ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ปี 2561 ณ ห้องแคทลียา โรงแรมรามาการ์เด้นส์ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2562 เพื่อให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการได้ทราบถึงกระบวนการติดตั้งระบบฯ ให้ได้มาตรฐานตามแบบ พพ. ภายในระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา และแนวทางการเบิกจ่ายงบประมาณสนับสนุนการติดตั้งระบบฯ โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการ ปี 2562 จำนวน 45 ราย พร้อมกันนี้ยังได้จัดพิธีมอบโล่แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ ปี 2561 จำนวน 27 ราย เพื่อประกาศเกียรติคุณ และสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ที่ได้รับการสนับสนุนการลงทุนติดตั้งใช้งานระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ กับ พพ. ต่อไป
พพ. ผนึกกำลัง ธ.ก.ส. และ ธพว. หนุนเกษตรกร ใช้พลังงานทดแทน ยกระดับปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีใช้พลังงานสะอาด ก้าวทันเทรนด์โลกยุคใหม่
วันนี้ (17 ธันวาคม 2562) ณ ห้องประชุมชั้น 1 อาคาร 2 กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ร่วมกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน โดยมี นางสาวนวลจันทร์ เตชะเสริมสุขกูล รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กับ นายสมภพ รอดกลาง ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และนายสมานพงษ์ เกลี้ยงลำยอง รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ร่วมลงนาม เพื่อร่วมมือในการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ให้กับเกษตรกร บุคคลทั่วไป ผู้ประกอบการ (นิติบุคคล) สถาบันเกษตรกร และธุรกิจชุมชนภายใต้โครงการประชารัฐสร้างไทย เพื่อลดต้นทุนการผลิต ส่งผลให้ประสิทธิภาพการผลิตเพิ่มขึ้น (Productivity) รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นางสาวนวลจันทร์ เตชะเสริมสุขกูล รองอธิบดี พพ. กล่าวว่า “พพ. มีภารกิจในการวิจัย ศึกษา พัฒนา ส่งเสริม และสนับสนุนให้มีการใช้พลังงานทดแทนและการอนุรักษ์พลังงานอย่างแพร่หลาย เช่นการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการใช้พลังงานทดแทนเพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชน การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านพลังงานทดแทนเป็นส่วนหนึ่งของการประกอบอาชีพสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน ผู้ประกอบการ หรือผู้ที่สนใจทั่วไป ดังโครงการสนับสนุนการลงทุนติดตั้งใช้งานระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ ในปี พ.ศ. 2562 นี้ พพ. ให้การสนับสนุนบางส่วนประมาณร้อยละ 30 ของเงินลงทุนติดตั้งระบบฯ โดยมีแผนการสนับสนุนปีละ 5,000 ตารางเมตร ทั้งนี้ พพ. มีเป้าหมายที่จะสนับสนุนติดตั้งใช้งานระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์รวมพื้นที่ 75,000 ตารางเมตร ภายใน ปี พ.ศ. 2569” “นอกจากนี้ พพ.ได้ดำเนินการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการ SMEs ในภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจการค้า และในส่วนภาคเกษตรกรรม พพ. ได้ดำเนินโครงการสาธิตการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคเกษตรกรรม โดยสนับสนุนในด้านองค์ความรู้แก่เกษตรกรในการประหยัดพลังงาน การใช้พลังงานทดแทน และ การนำระบบ IoT มาใช้จัดการพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพในฟาร์ม โดย พพ. ให้การสนับสนุนเงินลงทุนในอัตราไม่เกินร้อยละ 40 สำหรับการติดตั้งเครื่องจักร อุปกรณ์ เพื่อการประหยัดพลังงานและการใช้พลังงานทดแทน โดยดำเนินการสาธิตไปแล้ว 19 ฟาร์ม และอยู่ระหว่างสาธิตเพิ่มเติมอีก 30 ฟาร์ม บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ นี้ จัดทำขึ้นเพื่อสนับสนุนให้เกษตรกร บุคคลทั่วไป ผู้ประกอบการSME ขนาดกลางและขนาดย่อมวิสาหกิจชุมชน และธุรกิจชุมชน ภายใต้โครงการประชารัฐสร้างไทย สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อใช้ในการลงทุนโครงการที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ทั้งในรูปของสินเชื่อหรือเงินร่วมลงทุน” นางสาวนวลจันทร์กล่าว นายสมภพ รอดกลาง ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า “ธ.ก.ส. มุ่งเน้นการสร้างความยั่งยืนภายใต้หลัก ธ.ก.ส. Go Green โดยดำเนินโครงการเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนเงินทุนให้แก่ลูกค้าที่ผลิตเกษตรอินทรีย์หรืออาหารปลอดภัย (Food Safety) หรือส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน และส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมหรือวิถีชุมชน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เน้นการดูแลสุขภาพ และคืนคุณค่าสู่สังคม นำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน โดยการร่วมมือในครั้งนี้จะทำให้เกษตรกรและผู้ประกอบการด้านการเกษตร ได้ใช้ช่องทางของธนาคารในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน นอกจากนี้ พพ. และ ธ.ก.ส. ยังร่วมแลกเปลี่ยนและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของทั้งสองฝ่าย ร่วมกันส่งเสริมพัฒนาความรู้ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ อันเป็นประโยชน์ต่อสังคม ทั้งภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม เพื่อนำไปสู่การยกระดับที่ดีขึ้นของเกษตรกรไทย และสร้างความยั่งยืนให้กับประเทศต่อไป” นายสมานพงษ์ เกลี้ยงลำยอง รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า “ธพว. ในฐานะสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนา จึงมุ่งส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยเฉพาะภาคเกษตรระดับชุมชน ซึ่งเป็นเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ ให้ปรับตัวนำเทคโนโลยีพลังงานสะอาดมาใช้ทดแทน ซึ่งจะก่อประโยชน์ทั้งเชิงธุรกิจ ช่วยลดต้นทุน สินค้าได้มาตรฐานสามารถเพิ่มมูลค่าและขยายตลาดได้กว้างขวาง โดย ธพว. พร้อมสนับสนุนด้านความรู้ ช่วยให้เอสเอ็มอีได้รับประโยชน์จากการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานสะอาด โดยส่งเสริมผู้ประกอบอาชีพทำกล้วยตาก อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก ผลิตโดยใช้โรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ ควบคู่กับการเติมเงินทุนดอกเบี้ยต่ำผ่านโครงการต่างๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปใช้ปรับเปลี่ยนเครื่องจักร เช่น “สินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน” ผ่อนนาน 7 ปี บุคคลธรรมดา ใน 3 ปีแรก คิดอัตราดอกเบี้ย 0.417% ต่อเดือน แต่หากยกระดับเป็น “นิติบุคคล” คิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 3 ปีแรก เหลือเพียง 0.25% ต่อเดือน และ “สินเชื่อ SME โตไว ไทยยั่งยืน” ของกระทรวงอุตสาหกรรม วงเงินกู้สูงสุด 3 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ยเพียง 1% ตลอดอายุสัญญา โดยความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นนิมิตรหมายอันดี ก่อให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือในการส่งเสริมทั้งด้านความรู้ เทคโนโลยี และแหล่งเงินทุน”
พพ. ฝึกอบรมเทคโนโลยีอบแห้งด้วยพาราโบล่าโดม แปรรูปผลผลิตในพื้นที่พระราชดำริ
นายสุรีย์ จรูญศักดิ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เป็นประธานเปิด "การฝึกอบรมเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์แบบพาราโบล่าโดมในการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร ภายใต้โครงการสนับสนุนการสาธิตการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรด้วยระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์แบบพาราโบล่าโดมสำหรับพื้นที่พระราชดำริ" ณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านนำชมภู ตำบลบ้านก้อง อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2562 ด้วยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ดำเนินงานตามโครงการพระราชดำริ โดยมีเป้าหมายให้ถ่ายทอดองค์ความรู้และส่งเสริมอาชีพแก่ราษฎรในชุมชนตำบลบ้านก้อง อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี พพ. จึงได้ติดตั้งระบบอบแห้งด้วยพาราโบล่าโดม จำนวน 5 ระบบ และจัดการฝึกอบรมเรื่องการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรโดยการใช้พาราโบล่าโดม การควบคุมคุณภาพและมาตรฐาน GMP การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การประเมินอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการจัดการการผลิต การคิดต้นทุน การตลาด การสร้างแบรนด์ และการออกแบบโลโก้ เพื่อให้เกษตรกรมองเห็นภาพรวมของการใช้งานระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ ในการผลิตสินค้าเชิงพาณิชย์ โดยมีผู้แทนจากกลุ่มส่งเสริมอาชีพต่างๆ รวม 38 คน เข้าร่วมฝึกอบรมเป็นเวลา 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 13 ถึง 16 ธันวาคม 2562
การสัมมนา "Energy 5.0" รองรับการใช้ Big Data ขับเคลื่อนแผนพลังงานของประเทศ
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดการสัมมนา “Energy 5.0 โครงการศึกษาการจัดทำแผนยุทธศาสตร์และออกแบบการพัฒนาศูนย์สารสนเทศพลังงานแห่งชาติ” พร้อมทั้งเป็นประธานสักขีพยาน ในพิธีลงนามความร่วมมือว่าด้วยการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลพลังงาน เพื่อรองรับการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ในการขับเคลื่อนแผนพลังงานของประเทศไทย” ทั้งนี้ นายยงยุทธ จันทรโรทัย อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เป็นผู้แทน พพ. ร่วมลงนาม ระหว่าง 7 หน่วยงานในสังกัดกระทรวงพลังงาน ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กรมธุรกิจพลังงาน สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน และสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อประสานความร่วมมือในการรวบรวม เชื่อมโยง วิเคราะห์ และเผยแพร่ข้อมูลด้านพลังงานเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกันทุกภาคส่วน อันจะมีส่วนช่วยส่งเสริมยกระดับการวางแผน กำหนดนโยบาย และการพัฒนาขับเคลื่อนแผนพัฒนาพลังงานของประเทศต่อไป ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซาลาดพร้าว เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2562
พพ. จัดแถลงผลการดำเนินงาน“โครงการบริหารศูนย์ประสานงานการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน” ประจำปี 2562
นายโกมล บัวเกตุ ผู้อำนวยการกองกำกับและอนุรักษ์พลังงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เป็นประธานเปิดงานแถลงผลการดำเนินงาน“โครงการบริหารศูนย์ประสานงานการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน” ประจำปี 2562 ณ ห้องมิ่งเมือง ชั้น 4 โรงแรมเดอะทวิน ทาวเวอร์ เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2562 โดยโครงการดังกล่าวได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบัน ตามแผนอนุรักษ์พลังงานของประเทศ พ.ศ. 2558 – 2579 (EEP 2015) และ Energy 4.0 ได้กำหนดยุทธศาสตร์และแนวทางส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานไว้ตามภาคเศรษฐกิจที่มีการใช้พลังงานมาก ได้แก่ ภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม ภาคอาคารธุรกิจ และภาคบ้านอยู่อาศัย โดยใช้กลยุทธ์และมาตรการดำเนินงานแบบผสมผสานทั้งมาตรการบังคับใช้ด้วยกฎหมาย และมาตรการจูงใจสนับสนุนทางการเงิน โดยเฉพาะการอนุรักษ์พลังงานในภาคอาคารขนาดใหญ่ตามกฎหมาย ให้มีการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพและรายงานการจัดการพลังงาน ทั้งนี้ พพ. ยังได้ผลักดันให้มีการบังคับใช้เกณฑ์มาตรฐานอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน (Building Energy Code หรือ BEC) กับอาคารที่จะก่อสร้างใหม่หรืออาคารดัดแปลง ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตารางเมตร โดยต้องออกแบบอาคารให้มีการอนุรักษ์พลังงาน เป็นไปตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ปัจจุบันได้กำหนดให้เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดย พพ. ร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง ปรับปรุงแก้ไขร่างกฎหมายให้มีผลบังคับใช้ภายในปี 2562 นำร่องใช้กับอาคารขนาดใหญ่พื้นที่ตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตรขึ้นไปก่อน และทยอยบังคับใช้กับอาคารพื้นที่ตั้งแต่ 5,000 ตารางเมตร และ 2,000 ตารางเมตร ภายใน 3 ปี
สัมมนา IoT เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน
นายโสภณ มณีโชติ ผู้อำนวยการกองพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้านพลังงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กล่าวเปิดการสัมมนาทางวิชาการ “การประยุกต์ใช้ IoT เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน (Internet of Things for Energy)” ภายใต้โครงการส่งเสริมเทคโนโลยีการอนุรักษ์พลังงานในอาคารอนุรักษ์พลังงานเฉลิมพระเกียรติ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้ IoT เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน โดยมีผู้แทนจากอาคารและโรงงานอุตสาหกรรมเข้าร่วมมากกว่า 400 คน ณ อาคารอนุรักษ์พลังงานเฉลิมพระเกียรติ คลองห้า จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2562
กระทรวงพลังงานจัดกิจกรรมจิตอาสาฯ รร.ทีปังกรฯ (วัดโบสถ์) ครู-นักเรียนสร้างเครือข่ายประหยัดพลังงานสู่ครอบครัว-ชุมชน
นายสมบูรณ์ หน่อแก้ว รองปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดงาน "จิตอาสาพลังงาน เราทำความดีด้วยหัวใจ” ณ โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (วัดโบสถ์) ในพระราชูปถัมภ์ฯ เขตดุสิต จังหวัดกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2562 ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกฯ ในชื่อโครงการส่งเสริมและสนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานในโรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ในพระราชูปถัมภ์ฯ ซึ่งกระทรวงพลังงานร่วมกับกลุ่มโรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ในพระราชูปถัมภ์ฯ 6 แห่งจัดกิจกรรมดังกล่าว โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนโรงเรียน ครู และนักเรียน เรียนรู้เรื่องการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดพลังงาน และเป็นเครือข่ายพลังงานขยายผลสู่ครอบครัวและชุมชนต่อไป

หน้า : << ก่อนหน้า 1 [2] 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 ถัดไป>>

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน เลขที่ 17 ถนนพระรามที่ 1 เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
ติดต่อสอบถาม : Tel. 0-2223-0021-9 , 0-2223-2593-5 , 0-2222-4102-9 | Fax. 0-2225-3785 | Email : webmaster@dede.go.th
สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ.2557 ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537