หน๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝัก >> ข่าวผู้บริหาร

ข่าวผู้บริหาร
พพ. จัดงานสัมมนาแถลงผลสำเร็จโครงการสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนในภาคความร้อน
นางสาวนวลจันทร์ เตชะเสริมสุขกูล รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เป็นประธานเปิดงานสัมมนาแถลงผลสำเร็จของการดำเนินงาน “โครงการสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนในภาคความร้อน” ณ ห้องประชุมแคนนา โรงแรมรามา การ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร และผ่านระบบการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (Video Conference) เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2564 ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นการสนับสนุนเงินลงทุนบางส่วนสำหรับติดตั้งเครื่องจักร สำหรับการผลิตและใช้พลังงานทดแทนในภาคความร้อน เพื่อผลักดันให้มีสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนในภาคความร้อนเพิ่มมากขึ้น สอดคล้องกับแผน AEDP 2018 โดยแบ่งผู้ได้รับการสนับสนุนออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มเกษตรกรที่รวมตัวกันเป็นวิสาหกิจชุมชน เพื่อดำเนินโครงการผลิตเชื้อเพลิงพลังงานทดแทน เช่น จัดตั้งโรงงานผลิตไม้สับ จัดตั้งโรงงานผลิตเชื้อเพลิง ชีวมวลอัดเม็ด เป็นต้น โดยจะสนับสนุนไม่เกินร้อยละ 80 ของเงินลงทุนแต่ไม่เกิน 3,000,000.00 บาท และ 2) กลุ่มวิสาหกิจชุมชน สหกรณ์การเกษตรและผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็ก (SME) ซึ่งเป็นผู้ใช้เชื้อเพลิงพลังงานทดแทน เช่น การเปลี่ยนหัวเผาที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลไปเป็นหัวเผาที่ใช้เชื้อเพลิงชีวมวลในหม้อไอน้ำ หรือใช้ในระบบอบแห้งต่าง ๆ เป็นต้น โดยจะสนับสนุนไม่เกินร้อยละ 40 ของเงินลงทุนแต่ไม่เกิน 3,000,000.00 บาท รวมทั้งสองกลุ่มจำนวนไม่น้อยกว่า 50 แห่ง ผลการดำเนินโครงการฯ มีผู้เข้าร่วมโครงการกระจายอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ทั้งสิ้น 51 แห่ง เป็นกลุ่มผู้ผลิตเชื้อเพลิงชีวมวล 9 แห่ง ประกอบด้วยกลุ่มผลิตไม้สับ 5 แห่ง ผลิตเปลือกมะพร้าวสับ 1 แห่ง ชีวมวลอัดเม็ด 2 แห่ง และผลิตไม้บด จำนวน 1 แห่ง ผลิตความร้อนคิดเป็นปริมาณรวม 31.99 ktoe/ปี ส่วนกลุ่มผู้ใช้เชื้อเพลิงชีวมวล มีจำนวน 42 แห่ง ได้แก่ ผู้ใช้แกลบ 4 แห่ง ใช้ไม้สับ 7 แห่ง กะลาปาล์ม 4 แห่ง ขี้เลื่อย 5 แห่ง ชีวมวลอัดเม็ด 20 แห่ง และซังข้าวโพด 2 แห่ง คิดเป็นปริมาณความร้อนรวมเท่ากับ 56.52 ktoe/ปี ผู้ผลิตและผู้ใช้มีมูลค่าการลงทุนติดตั้งเครื่องจักรรวมทั้งสิ้น 340,158,802.55 บาท ภาครัฐให้การสนับสนุน 140,001,204.00 บาท นอกจากนี้การส่งเสริมให้มีการจัดตั้งโรงงานผลิตเชื้อเพลิง ชีวมวลในโครงการนี้ สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรที่นำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาขายเพื่อเป็นวัตถุดิบในการผลิตเชื้อเพลิงชีวมวล คิดเป็นเงิน 62,207,768.42 บาท/ปี และสร้างกำไรสุทธิจากการขายเชื้อเพลิงชีวมวล ได้เท่ากับ 11,263,113.02 บาท/ปี
การประชุมคณะกรรมการองค์การเขื่อนใหญ่แห่งประเทศไทย (TNCOLD) ครั้งที่ 2
ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการองค์การเขื่อนใหญ่แห่งประเทศไทย (TNCOLD) ครั้งที่ 2 (1/2564) ร่วมกับผู้แทน TNCOLD จากหน่วยงานต่างๆ ประกอบด้วย กรมชลประทาน สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บริษัทปัญญาคอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) ผ่านระบบการประชุมออนไลน์ เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2564 โดยที่ประชุมได้หารือถึงการปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการองค์การเขื่อนใหญ่แห่งประเทศไทยให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน รวมทั้งนำเสนอร่างธรรมนูญคณะกรรมการองค์การเขื่อนใหญ่แห่งประเทศไทยเพื่อใช้เป็นหลักปฏิบัติในการบริหารและดำเนินกิจกรรมขององค์การฯ ในอนาคตต่อไป
การประชุมเปิดตัวโครงการ Supporting Southeast Asia countries to cope with climate change through policy consultation and capacity building in the area of renewable energy and energy efficiency
ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ให้เกียรติกล่าวเปิดและเข้าร่วมการประชุมเปิดตัวโครงการ Supporting Southeast Asia countries to cope with climate change through policy consultation and capacity building in the area of renewable energy and energy efficiency ร่วมกับผู้แทนจาก United Nations Industrial Development Organization (UNIDO), Korean Energy Agency (KEA), Ministry of Trade, Industry and Energy แห่งสาธารณรัฐเกาหลี สถานเอกอัครราชทูตเกาหลีประจำประเทศไทย และผู้แทน พพ. ในคณะทำงานโครงการฯ ผ่านระบบการประชุมออนไลน์ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2564 โครงการฯ นี้ UNIDO และ KEA ให้การสนับสนุนภูมิภาคอาเซียนรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการศึกษาและพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านพลังงานหมุนเวียนและอนุรักษ์พลังงานเพื่อพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืนโดยมีกลุ่มประเทศเป้าหมายคือประเทศไทยและมาเลเซีย ในช่วงปี 2021-2023 จะดำเนินงานในประเทศไทยซึ่งเน้นการศึกษา 2 ประเด็นหลัก คือ 1) ผลกระทบจากการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าที่มีต่ออุตสาหกรรมน้ำมันและอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพตลอด supply chain และ 2) แผนและมาตรการเพื่อการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ในภาคอุตสาหกรรม
งานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม อดีตรองเลขาธิการพลังงานแห่งชาติ
ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) พร้อมด้วยอดีตผู้บริหาร พพ. ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ พพ. ร่วมงานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม นายพล ทรงพงษ์ อดีตรองเลขาธิการพลังงานแห่งชาติ ณ ศาลา 14 (ศาลาสุวรรณวณิชกิจ) วัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 27 – 29 พฤษภาคม 2564 โดย พพ. เป็นเจ้าภาพวันที่ 28 พฤษภาคม 2564
การประชุมหารือเพื่อรับฟังความคิดเห็นภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของไทยเรื่อง Solar Rooftop PV
นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ได้เป็นประธานเปิดการประชุมหารือเพื่อรับฟังความคิดเห็นภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของไทยเรื่อง Solar Rooftop PV ผ่านระบบการประชุมทางไกล สำหรับโครงการนี้ เป็นความร่วมมือระหว่าง พพ. กับ International Copper Association (ICA) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำคู่มือสำหรับการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรด้านเทคนิคของไทยเรื่อง Solar Rooftop PV ในกลุ่มผู้ออกแบบและผู้ติดตั้ง รวมทั้ง พิจารณาถึงแนวทางการออกใบรับรองให้กับผู้ผ่านการอบรมในด้านนี้ ซึ่งจะตอบสนองต่อนโยบาย/แผนงานการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนของประเทศไทย เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2564 การประชุมในครั้งนี้มีหน่วยงานจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และสมาคมที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมฯ เช่น กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน พพ. กฟผ. การไฟฟ้านครหลวง สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี บริษัท กันกุล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) สมาคมอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ เป็นต้น และมีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะต่อร่างเนื้อหาและโครงสร้างหลักสูตรการอบรม Solar Rooftop PV ที่มีการพัฒนาและปรับปรุงขึ้น รวมถึง รับฟังข้อคิดเห็นต่อแนวความคิดในการออกใบรับรองให้กับผู้ผ่านการอบรม (National Certification Scheme) ที่ประชุมฯ ได้มีการให้ข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็นที่หลากหลายและเป็นประโยชน์อย่างมาก อาทิ คุณสมบัติของผู้เข้ารับการฝึกอบรมควรพิจารณาแก้ไขให้มีความยืดหยุ่นมากกว่านี้ การสลับหัวข้อหลักสูตรในแต่ละวันการอบรมเพื่อให้มีความเหมาะสมกับพื้นฐานความรู้ของผู้เข้าอบรม การพิจารณาเพิ่มหัวข้อการอบรม เช่น การประเมินสมรรถนะระบบตามมาตรฐาน IEC61724 การประเมินโครงสร้างหลังคา เป็นต้น นอกจากนี้ ยังได้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินการฝึกอบรมจากหน่วยงานที่มีการจัดทำหลักสูตรฝึกอบรม และประสบการณ์ตรงจากผู้เข้ารับการฝึกอบรม ซึ่งโครงการฯ จะนำข้อคิดเห็นทั้งหมดที่ได้รับในวันนี้ไปพิจารณาปรับปรุงเนื้อหาหลักสูตรภายใต้โครงการฯ ต่อไป
การประชุม The Energy Transition and Food Systems for Sustainable Development
นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ได้เข้าร่วมกล่าวถ้อยแถลง (Intervention) ในการประชุม The Energy Transition and Food Systems for Sustainable Development ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมหลัก The 21st IRENA Council โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมอภิปรายแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและประสบการณ์ด้านความเชื่อมโยงระหว่างพลังงานหมุนเวียนและระบบอาหารในมุมมองที่ช่วยสนับสนุนความมั่นคงด้านอาหารและการเร่งการเปลี่ยนผ่านทางด้านพลังงาน อันจะนำไปสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มระดับสูงสำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์จากผู้แทนทั่วโลกในประเด็น (1) ภาครัฐและหุ้นส่วนในการพัฒนามีความพยายามที่จะสร้างความมั่นมั่นใจได้ว่าเป้าหมายในการให้ความสำคัญด้านพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น ไม่ทำให้เกิดความวิกฤติด้านอื่นๆ เช่น ความมั่นด้านพลังงาน (2) มั่นใจได้หรือไม่นโยบายและการดำเนินงานทั้งด้านพลังงานและอาหารได้ถึงนำมาพิจารณาในมุมมองด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และประโยชน์ของสังคม ที่จะได้รับจากการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนในระบบอาหาร และ (3) ความร่วมมือระหว่างประเทศช่วยอย่างไร ในด้านการใช้ประโยชน์จากแหล่งพลังงานโดยสาธารณะชนและภาคเอกชนเพื่อหาทางออกด้านพลังงานหมุนเวียน รวมทั้ง ระบบอาหารในบริบทการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2564 นายประเสริฐ ได้เน้นย้ำว่า ประเทศไทยได้ให้ความสำคัญและตระหนักถึงความเชื่อมโยงระหว่างน้ำ พลังงานและอาหาร (Water-Energy-Food Nexus) โดยผ่านการบูรณาการแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติทั้ง 3 ภาคส่วนเข้าด้วยกันอย่างรอบด้าน ภายใต้แนวคิด BCG Economy หรือ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy) โดยเฉพาะความเชื่อมโยงระหว่างพลังงานและอาหาร โดยภาครัฐได้มีการบูรณาการระหว่างแผนในการเพิ่มประสิทธิผลของพืชพลังงานควบคู่กับแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก โดยได้ยกตัวอย่างมาตรการ/โครงการที่สำคัญ อาทิ โครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก โดยมีการเปิดรับซื้อไฟฟ้าที่ผลิตจากโรงไฟฟ้าชุมชนที่ใช้เชื้อเพลิงเป็นชีวมวลและก๊าซชีวภาพ และมาตรการส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพในภาคขนส่ง ทั้งนี้ นายประเสริฐ ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า นอกจากการบูรณาการแผนงานในทุกภาคส่วนตามข้างต้นแล้ว การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากต่างประเทศ ทั้งในด้านเทคโนโลยี การลงทุน รูปแบบธุรกิจต่างๆ ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ประเทศไทยได้สามารถเรียนรู้และนำมาประยุกต์ใช้ ซึ่ง พพ. ก็มีความพร้อมและยินดีที่จะสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานต่างประเทศ เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยืนร่วมกันต่อไปในอนาคต
การประชุมออนไลน์เพื่อชี้แจงรายละเอียดโครงการ Renewable Energy Technologies in Cities and Urban Planning for Renewable Energy Applications in Thailand
ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เป็นประธานการประชุมออนไลน์เพื่อชี้แจงรายละเอียดโครงการ Renewable Energy Technologies in Cities and Urban Planning for Renewable Energy Applications in Thailand ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายภาษเดช หงส์ลดารมภ์ และรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นายจำรัส กังน้อย ได้ให้เกียรติเข้าร่วมการประชุม พร้อมกับพลังงานจังหวัดเชียงราย อุดรธานี และสุราษฎร์ธานี นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนจากหน่วยงานระหว่างประเทศผู้สนับสนุนการดำเนินโครงการฯ คือ คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (Economic and Social Commission for Asia and the Pacific: ESCAP) และทบวงการพลังงานหมุนเวียนระหว่างประเทศ (International Renewable Energy Agency: IRENA) รวมทั้งคณะทำงานดำเนินโครงการฯ จากหน่วยงานภายใต้กระทรวงพลังงาน เข้าร่วมรับฟังการประชุม เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2564 โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนด้านผู้เชี่ยวชาญและงบประมาณในการดำเนินโครงการจาก ESCAP และ IRENA เพื่อจัดทำแผนที่นำทาง (Roadmap) ในการพัฒนาด้านพลังงานหมุนเวียนและการอนุรักษ์พลังงานเพื่อให้สอดรับกับแผน AEDP 2018, EEP 2018 และ SDG7 โดยการใช้เครื่องมือ NEXSTEP และ PURE ที่พัฒนาขึ้นมาจากสองหน่วยงานที่ให้การสนับสนุน และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในระดับจังหวัดให้สามารถนำเครื่องมือที่ดังกล่าวไปใช้เพื่อการจัดทำแผนงานการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนและการอนุรักษ์พลังงานในระดับจังหวัดได้อย่างเหมาะสมต่อไป สำหรับการประชุมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อชี้แจงและสร้างความเข้าใจในรายละเอียดการดำเนินโครงการ เช่น เครื่องมือ/วิธีการการดำเนินงาน แผนงาน โครงการกรณีศึกษาของประเทศต่างๆ และผลที่คาดว่าจะได้รับจากการดำเนิน เป็นต้น ในพื้นที่เป้าหมายของการดำเนินโครงการฯ ทั้ง 3 จังหวัด ประกอบด้วย เชียงราย อุดรธานี และสุราษฎร์ธานี รวมทั้งการหารือในรายละเอียดการจัดเก็บข้อมูลในช่วงการระบาดของโควิด-19 การขอความอนุเคราะห์เรื่องการเก็บข้อมูลของแต่ละพื้นที่ ซึ่งทั้ง 3 จังหวัดมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะให้ความร่วมมือในการดำเนินโครงการฯ พร้อมที่จะทำงานและประสานงานร่วมกับคณะทำงานฯ คณะที่ปรึกษาโครงการฯ และหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดต่อไป โดย พพ. คาดว่า การดำเนินโครงการความร่วมมือในการศึกษาและจัดทำแผนการพัฒนาด้านพลังงานหมุนเวียนและการอนุรักษ์พลังงาน ใน 3 จังหวัดเป้าหมายครั้งนี้ จะใช้เป็นกรณีศึกษาในการศึกษาและวางแผนงานด้านการพัฒนาศักยภาพของพลังงานหมุนเวียนและการอนุรักษ์พลังงานในจังหวัดอื่นๆ ด้วยเครื่องมือที่เหมาะสมต่อไปในอนาคต
“พลังงานร่วมใจ สู้ภัยโควิด-19” ส่งมอบชุด PPE และอุปกรณ์ป้องกันทางการแพทย์ สนับสนุนการปฏิบัติงานเชิงรุกของทีมสาธารณสุขในพื้นที่ชุมชนคลองเตย
วันนี้ (13 พฤษภาคม 2564) นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานใน กิจกรรม “พลังงานร่วมใจ สู้ภัยโควิด-19” ซึ่งกระทรวงพลังงาน ร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(สำนักงาน กกพ.)และหน่วยงานราชการในสังกัดกระทรวงพลังงาน ซึ่งมีผู้บริหารระดับสูงของแต่ละหน่วยงานเข้าร่วมงาน เพื่อเป็นการส่งมอบชุด PPE และอุปกรณ์ป้องกันทางการแพทย์ ชุด PPE และอุปกรณ์อื่นๆ อาทิ น้ำยาฆ่าเชื้อ หน้ากาก Face shield และถุงมือยาง ให้กับทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานเชิงรุกเร่งช่วยเหลือและตรวจคัดกรองประชาชนในพื้นที่ชุมชนคลองเตย เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พร้อมร่วมส่งกำลังใจให้ทีมเจ้าหน้าที่และชุมชนชาวคลองเตยให้สามารถก้าวผ่านสถานการณ์ครั้งนี้ไปให้ได้ นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค โควิด-19 ในพื้นที่ชุมชนเขตคลองเตย ซึ่งขณะนี้พบผู้ติดเชื้อรายวันและมีผู้ที่มีความเสี่ยงสูงอีกเป็นจำนวนมาก ทำให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทั้งทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ต่างๆ จำเป็นต้องเร่งปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือเชิงรุกในการตรวจคัดกรองประชาชนในพื้นที่ และส่งต่อการรักษาให้ทันเวลา เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่ดังกล่าวอย่างเร่งด่วน กระทรวงพลังงานตระหนักถึงความปลอดภัยและมีความห่วงใยด้านความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน รวมถึงประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก จึงได้ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และหน่วยงานราชการในสังกัดกระทรวงพลังงาน จัดหาชุด PPE และอุปกรณ์ป้องกันทางการแพทย์ ได้แก่ ชุด PPE จำนวน 1,660 ชุด น้ำยาฆ่าเชื้อ จำนวน 40 แกลลอน หน้ากาก Face shield จำนวน 1,005 ชิ้น และถุงมือยางจำนวน 609 กล่องและอุปกรณ์อื่นๆที่เกี่ยวข้องรวมมูลค่ากว่า 800,000 บาท เพื่อส่งมอบให้กับทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ณ สำนักงานเขตคลองเตย ใช้ป้องกันความปลอดภัยในขณะปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ดังกล่าว พร้อมทั้งคาดหวังว่าสถานการณ์ครั้งนี้จะสามารถคลี่คลายไปได้ด้วยดีโดยเร็ว “กระทรวงพลังงาน หน่วยงานในสังกัด รวมทั้งข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการปฏิบัติงานของทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ทุกๆ ท่าน พร้อมทั้งขอส่งความห่วงใยและกำลังใจให้ประชาชนในชุมชนคลองเตยให้สามารถก้าวผ่านสถานการณ์ครั้งนี้ไปให้ได้ และขอฝากให้ประชาชนทุกท่าน เพิ่มความระมัดระวัง ใส่หน้ากากตลอดเวลา ล้างมือทุกครั้งที่สัมผัสหรือหยิบจับสิ่งของ การเว้นระยะห่างตามมาตรการสาธารณสุข และผมมีความเชื่อมั่นว่าด้วยความร่วมแรงร่วมใจของคนไทย เราจะข้ามผ่านวิกฤตโรคโควิด-19 นี้ ไปด้วยกัน” นายกุลิศ กล่าว
การประชุมเชิงปฏิบัติการ The APEC Workshop on Accommodating Disruptive Technology into RE&EE Policies for Energy Security
(29 เม.ย.64) ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ The APEC Workshop on Accommodating Disruptive Technology into RE&EE Policies for Energy Security โดยได้เน้นย้ำถึงเป้าหมายพลังงานของเอเปกเอง คือ การลดความเข้มการใช้พลังงานให้ได้ร้อยละ 45 ภายในปี ค.ศ. 2035 และเพิ่มสัดส่วนของพลังงานหมุนเวียนให้ได้สองเท่าภายในปี 2030 พร้อมทั้งขอบคุณผู้เข้าร่วมการประชุมฯ ที่ให้ความสนใจร่วมการประชุมฯ มากกว่า 90 รายจาก 12 เขตเศรษฐกิจเอเปก แม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 . ทั้งนี้การประชุมฯ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-30 เมษายน 2564 ในรูปแบบออนไลน์ มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีและการพัฒนานโยบายด้านพลังงานทดแทนและการอนุรักษ์พลังงานเพื่อรองรับ Disruptive Technologies ในภาคการผลิตและการส่งจ่ายไฟฟ้า การขนส่ง และอาคาร เพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน ซึ่งการประชุมดังกล่าวเป็นกิจกรรมภายใต้โครงการ Accommodating Disruptive Technology into RE&EE Policies for Energy Security: EWG11 2019A ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก APEC Fund ที่ พพ. ได้ร่วมดำเนินโครงการกับวิทยาลัยเศรษฐกิจและเทคโนโลยีชุมชนแห่งเอเชีย (adiCET) มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) . โดยที่ประชุมฯ ได้ให้ความสำคัญกับ Disruptive Technology ในภาคการผลิตและการส่งจ่ายไฟฟ้า ภาคการขนส่ง และภาคอาคาร ซึ่งในวันแรกเป็นการนำเสนอประสบการณ์การดำเนินงานจากวิทยากรผู้มีความเชี่ยวชาญในการดำเนินโครงการ/เทคโนโลยีด้านพลังงานหมุนเวียนและประสิทธิภาพพลังงาน เช่น โครงการแสนสิริ Block chain ของบริษัท BCPG โครงการ Peer-to-Peer Energy Trading with Net Billing/Metering in Sisaengtham Sandbox Project ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, เทคโนโลยี Pumped Hydro Energy Storage (PHES), เทคโนโลยี Battery electric storage system (BESS), เทคโนโลยี Green Hydrogen ในสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) เป็นต้น และในการประชุมวันที่สองเป็นการอภิปรายแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินงานใน 3 ภาคส่วนหลักข้างต้น อาทิ นโยบายการส่งเสริม Waste to Energy ของเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนเพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้า และนโยบาย R&D ของสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ในการนำของเสียอินทรีย์ (Biowaste) รูปแบบต่างๆ มาผลิตเป็นไฮโดรเจน ประเด็นเรื่อง Carbon Neutrality โดยสหรัฐอเมริกามีการกำหนดนโยบายเพื่อมุ่งสู่ Net Zero emission ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยี Carbon Capture และสำหรับเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนมีการจัดตั้งกองทุน Green Fund เพื่อดำเนินการไปสู่ Carbon Neutrality การพัฒนาและส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของหลายเขตเศรษฐกิจเอเปก เป็นต้น
กระทรวงพลังงาน ร่วมถวายแจกันดอกไม้ และลงนามถวายพระพรสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ข้าราชการดีเด่นประจำปี พ.ศ. 2563
เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน (1 เมษายน 2564) กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ขอแสดงความยินดีกับข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2563 จำนวน 2 ท่าน ได้แก่ 1. นางสาวอภิรดี ธรรมมโนมัย ผู้อำนวยการกองถ่ายทอดและเผยแพร่เทคโนโลยี 2. นายพฤฒพงศ์ สาระเกษตริน นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
พพ.เยี่ยมชมเดอะ ปาร์ค อาคารมาตรฐาน LEED และ WELL เดินหน้าการพัฒนาอาคารประหยัดพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน
(1 เมษายน 64) ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) นำคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ พพ. เยี่ยมชมอาคารประหยัดพลังงาน เดอะ ปาร์ค ซึ่งเป็นอาคารเขียวมาตรฐาน LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) และมาตรฐาน WELL (WELL Building Standard) โดยได้รับฟังบรรยายการบริหารจัดการภายในอาคาร อาทิ โมเดลการันตีสมรรถนะการทำงานระบบปรับอากาศสมัยใหม่ ,ระบบแสงสว่างอัจฉริยะ และการบริหารจัดการขยะภายในโครงการสมัยใหม่ พร้อมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับมาตรการด้านพลังงานที่น่าสนใจแก่ผู้บริหารโครงการฯ ณ อาคาร เดอะ ปาร์ค ถนนพระราม 4 ถ่ายภาพ จักรกฤต นิยมทัศน์
พพ. เดินหน้าส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ในพื้นที่ อีอีซี
(30 มีนาคม 64) ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางความร่วมมือการสนับสนุนและส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนในพื้นที่อีอีซี โดยมีผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมกันผลักดันโครงการที่สำคัญภายใต้แผนปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน อาทิ มาตรการ Building Energy Code , การส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนในภาคอุตสาหกรรม , แนวทางการส่งเสริมการเป็น Smart Industries รวมไปถึงการส่งเสริมโครงการพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานอื่นๆให้สามารถเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ณ ห้องประชุมบุญรอด-นิธิพัฒน์ อาคาร 7 ชั้น 11 กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน
การประชุมคณะทำงานดำเนินโครงการ Renewable Energy Technologies in Cities and Urban Planning for Renewable Energy Applications in Thailand
ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เป็นประธานในการประชุมคณะทำงานดำเนินโครงการ Renewable Energy Technologies in Cities and Urban Planning for Renewable Energy Applications in Thailand ครั้งที่ 1/2564 ณ ห้องประชุมบุญรอด-นิธิพัฒน์ ชั้น 11 อาคาร 7 เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2564 โดยมีคณะทำงานเข้าร่วมการประชุม ได้แก่ พลังงานจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้แทนสำนักงานส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ผู้แทนกองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน ผู้แทนสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน และผู้แทน พพ. จากกองต่างๆ โดยมีพลังงานจังหวัดเชียงราย พลังงานจังหวัดอุดรธานี และผู้แทนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เข้าร่วมการประชุมฯ ในรูปแบบออนไลน์ โครงการ Renewable Energy Technologies in Cities and Urban Planning for Renewable Energy Applications in Thailand เป็นความร่วมมือระหว่าง พพ. กับทบวงการพลังงานหมุนเวียนระหว่างประเทศ (International Renewable Energy Agency: IRENA) และคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (Economic and Social Commission for Asia and the Pacific: ESCAP) เพื่อจัดทำแผนการดำเนินงานด้านพลังงานหมุนเวียนและการอนุรักษ์พลังงานในระดับจังหวัด โดยใช้เครื่องมือ National Expert SDG Tool for Energy Planning (NEXSTEP) และ Planning Platform for Urban Renewable Energy (PURE) และการประชุมครั้งนี้ ถือว่าเป็นการ Kick-Off การดำเนินโครงการฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อชี้แจงรายละเอียดโครงการฯ และแผนงานในการดำเนินโครงการฯ รวมถึง การเตรียมความพร้อมด้านข้อมูลและการประสานงานขอเข้าพบหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องเพื่อชี้แจงรายละเอียดของโครงการฯ ต่อไป ถ่ายภาพ : จักรกฤต นิยมทัศน์
กระทรวงพลังงาน ร่วม กระทรวงอุตสาหกรรม ประชุม EV ชาติ เตรียมออกมาตรการส่งเสริมกระตุ้นใช้รถ EV
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2564 นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ได้ร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) โดยมีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมเพื่อกำหนดทิศทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยการลดการใช้รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า(EV) เพื่อก้าวเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) และการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ในปัจจุบันทั่วโลกต่างตระหนักถึงปัญหาผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่เกิดจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดก๊าซเรือนกระจก จึงทำให้หลายประเทศไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น จีน สหรัฐอเมริกา ประกาศเป้าหมายชัดเจนว่าจะลดการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ และงดการใช้รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน ดังนั้นเพื่อให้ทิศทางการดำเนินงานนโยบายด้านพลังงานของไทยสอดคล้องกับกระแสเทรนด์ของโลก จึงมีนโยบายลดการใช้รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปไปสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติในวันนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกำหนดแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ผ่านมาผลิตเครื่องยนต์สันดาป ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จึงได้วางเป้าหมายการส่งเสริมการผลิตและการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) โดยคาดการณ์ว่าในปี 2568 รถยนต์ไฟฟ้าจะมีราคาเทียบเท่ากับรถยนต์สันดาป เพื่อก้าวสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในการดำเนินงานขับเคลื่อนส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก ได้มอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพลังงาน และกระทรวงคมนาคม ร่วมกันพิจารณาส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าประกอบด้วย รถยนต์ จักรยานยนต์ และรถบัสสาธารณะ โดยกระทรวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมทั้งในส่วนของอุปทาน (ผู้ผลิต) โดยเฉพาะการเชื่อมโยงผู้ผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องในยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงผลักดันผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ เพื่อเร่งให้เกิดการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยโดยเร็ว โดยมีเป้าหมายการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ารวมทุกประเภทในปี 2568 รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,055,000 คัน โดยแบ่งเป็นรถยนต์/รถปิกอัพ 402,000 คัน รถจักรยานยนต์ 622,000 คัน และรถบัส/รถบรรทุก 31,000 คัน และในปี 2578 ให้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนรวม 15,580,000 คัน แบ่งเป็นรถยนต์/รถปิกอัพ 6,400,000 คัน รถจักรยานยนต์ 8,750,000 คัน และรถบัส/รถบรรทุก 430,000 คัน และได้วางเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ ในปี 2568 จะมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 1,051,000 คัน แบ่งเป็นรถยนต์/รถปิกอัพ 400,000 คัน รถจักรยานยนต์ 620,000 คัน และรถบัส/รถบรรทุก 31,000 คัน และในปี 2578 ให้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนรวม 18,413,000 คัน แบ่งเป็นรถยนต์/รถปิกอัพ 8,625,000 คัน รถจักรยานยนต์ 9,330,000 คัน และรถบัส/รถบรรทุก 458,000 คัน นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้วางนโยบายการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าด้วยมาตรการระยะเร่งด่วนและมาตรการระยะ 1- 5 ปี ดังนี้ - มาตรการกระตุ้นการใช้รถ EV ระยะเร่งด่วน โดยจะมุ่งส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าทั้งประเภทสองล้อ สามล้อ และสี่ล้อไฟฟ้า โดยวางแผนจัดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รวมทั้งส่งเสริมการจัดตั้งศูนย์ทดสอบมาตรฐานแบตเตอรี่และการบริหารจัดการซากแบตเตอรี่ที่เกิดจากการใช้งานภายในประเทศอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งมาตรการเหล่านี้ยังอยู่ในระหว่างการศึกษารายละเอียด เพื่อนำผลสรุปมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่อไป - มาตรการกระตุ้นระยะ 1-5 ปี ดำเนินการส่งเสริมการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต การเตรียมการด้านการบริหารจัดการซากรถยนต์แบตเตอรี่ที่ใช้แล้ว โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมเป็นหลักตามมาตรฐานสากล พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน (EcoSystem) เพื่อส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานสะอาด พร้อมกันนี้ที่ประชุมยังได้พิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติขึ้น ได้แก่ 1.คณะอนุกรรมการส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วน 2. คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานและแบตเตอรี่เพื่อรองรับยานยนต์ไฟฟ้า 3.คณะอนุกรรมการประเมินผลกระทบด้านน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซเรือนกระจกจากการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า และ 4. คณะอนุกรรมการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้การส่งเสริมการผลิตและการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าดำเนินนโยบายไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล รวมทั้งเกิดการบูรณาการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยให้เป็นรูปธรรมและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ซึ่งจะเป็นความร่วมมือกันในการเดินหน้านโยบายส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง และนำพาประเทศก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก
การจัดงานนิทรรศการและงานออกร้านผลิตภัณฑ์อบแห้งด้วยระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์แบบพาราโบล่าโดมที่ได้จากการดำเนินโครงการฯ ตามแนวพระราชดำริ
นายสุรีย์ จรูญศักดิ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เป็นประธานเปิดนิทรรศการและงานออกร้านผลิตภัณฑ์อบแห้งด้วยระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์แบบพาราโบล่าโดมที่ได้จากการดำเนินโครงการฯ ตามแนวพระราชดำริ ซึ่ง พพ. ร่วมกับ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้สนองงานตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ โดยใช้ระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์แบบพาราโบล่าโดม ในพื้นที่เป้าหมาย 6 จังหวัด จำนวน 14 ระบบ พร้อมทั้งการถ่ายทอดเทคโนโลยี ให้คำปรึกษา เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพสามารถจำหน่ายเชิงพาณิชย์ได้ และได้จัดให้มีงานออกร้านแสดงนิทรรศการผลิตภัณฑ์อบแห้งด้วยพาราโบล่าโดม เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยน ถอดบทเรียน และสร้างเครือข่ายเกื้อหนุนซึ่งกันและกันเพื่อให้เกิดการส่งเสริมการพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืนตามแนวพระราชดำริ ณ อาคารศูนย์การเรียนรู้การพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืนในพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์การบริหารส่วนตำบลพระยาบันลือ อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2564 เรียบเรียง : ชัยวัฒน์ ไชยสุข ถ่ายภาพ : กองพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์
การประชุม The 1st APEC Workshop on Exploring Co-Benefit Opportunities for Renewable Energy and Energy Efficiency Projects in the APEC Region
นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ได้ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม The 1st APEC Workshop on Exploring Co-Benefit Opportunities for Renewable Energy and Energy Efficiency Projects in the APEC Region โดยการประชุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมภายใต้โครงการ Exploring Co-Benefit Opportunities for Renewable Energy and Energy Efficiency in APEC Region และได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก APEC Fund ทั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมการประชุมฯ 80 คนจาก 13 เขตเศรษฐกิจเอเปก ณ ห้องประชุม 603 พพ. เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2564 การประชุมฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีในการเผยแพร่และนำเสนอประโยชน์ที่ได้รับจากการดำเนินโครงการที่มีการใช้พลังงานหมุนเวียนและการอนุรักษ์พลังงานควบคู่กันภายในภูมิภาคเอเปก รวมถึง การแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และรับทราบข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะสำหรับการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อนำไปเป็นแนวทางการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนและการอนุรักษ์พลังงานต่อไป โดยในที่ประชุมฯ มีการนำเสนอแนวปฏิบัติดีเลิศด้านพลังงานหมุนเวียนและการอนุรักษ์พลังงานจากประเทศต่างๆ อาทิ ฮาวาย สหรัฐอเมริกา ไต้หวัน จีน เป็นต้น และมีกิจกรรมการระดมสมองเพื่อหารือและจัดทำหลักเกณฑ์สำหรับโครงการร่วมระหว่างพลังงานหมุนเวียนและการอนุรักษ์พลังงาน ถ่ายภาพ จักรกฤต นิยมทัศน์
การสัมมนาแถลงผลการดำเนินงานโครงการสนับสนุนหน่วยงานทดสอบเพื่อยกระดับ มาตรฐานห้องทดสอบผลิตภัณฑ์
นายโกมล บัวเกตุ รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เป็นประธานเปิดการสัมมนาแถลงผลการดำเนินงานโครงการสนับสนุนหน่วยงานทดสอบเพื่อยกระดับ มาตรฐานห้องทดสอบผลิตภัณฑ์ ปีงบประมาณ 2562 โดยได้รับงบประมาณจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ณ ห้อง Gallery 1 ชั้น 36 โรงแรม พูลแมน กรุงเทพ จี (สีลม) เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2564 การสัมมนาในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแถลงผลการดำเนินโครงการและประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้บริการห้องทดสอบทราบถึงความพร้อมของหน่วยงานทดสอบที่ได้รับการสนับสนุน พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการห้องทดสอบ รวมถึงผู้ใช้งานเครื่องจักร วัสดุ อุปกรณ์ เกิดความมั่นใจในตัวผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการทดสอบจากหน่วยงานที่ได้รับการสนับสนุน พร้อมสำรวจความคิดเห็น จากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อปรับปรุงการดำเนินโครงการในอนาคตต่อไป สำหรับผู้ที่สนใจสามารถรับชมคลิปวีดีโอย้อนหลังได้ที่ facebook กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เรียบเรียง จารุกิตติ์ จิติมา ถ่ายภาพ วิชัยยุทธ เสือสมิง
พพ. ผนึกกำลัง ไทยพาณิชย์ ส่งเสริม SME ดำเนินมาตรการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน
กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ร่วมกับ ธนาคารไทยพาณิชย์ จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมีการดำเนินมาตรการอนุรักษ์พลังงานหรือใช้พลังงานทดแทน เพื่อเสริมศักยภาพในการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการ SME ณ ห้องประชุม อาคาร 2 พพ. เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2564 ดร. ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กล่าวว่า “พพ. ได้มีมาตรการเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์พลังงานสำหรับภาคอุตสาหกรรมและอาคารธุรกิจ โดยเฉพาะการจูงใจด้วยการส่งเสริมผ่านมาตรการด้านการเงินทั้งในรูปแบบของการให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำผ่านสถาบันการเงิน ภายใต้โครงการเงินหมุนเวียนเพื่อการอนุรักษ์พลังงานโดยสถาบันการเงิน การให้เงินสนับสนุนการลงทุนบางส่วน ผ่านโครงการส่งเสริมการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรอุปกรณ์ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และการให้เงินอุดหนุนผลประหยัดพลังงานแบบให้เปล่า ผ่านโครงการส่งเสริมการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานด้วยการอุดหนุนผลประหยัดทั้งด้านไฟฟ้าและความร้อน ทั้งนี้ยังมีกลุ่มผู้ประกอบการ SME ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ในบางส่วน โดยในวันนี้ พพ. ร่วมกับ ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้จัดให้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมีการดำเนินมาตรการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน เพื่อเสริมศักยภาพในการประกอบธุรกิจ โดยการให้ข้อมูลในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการบริหารความเสี่ยงการลงทุน การผลักดันแนวทางหรือมาตรการให้การสนับสนุน ตลอดจนการจัดกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินมาตรการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ภายใต้โครงการความร่วมมือ และทรัพยากรที่แต่ละฝ่ายมีอยู่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้กับผู้ประกอบการ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และเกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยใช้พลังงานเป็นตัวขับเคลื่อน” นางพิกุล ศรีมหันต์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า “ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่ทั่วโลกให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้นในปัจจุบัน เทรนด์การเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) และผู้บริโภคสีเขียว (Green Consumer) เกิดขึ้นควบคู่กันอย่างเข้มข้นขึ้น ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนและก้าวให้ทันเทรนด์ที่เกิดขึ้นเพราะจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจในอนาคตอย่างแน่นอน โดยการปรับกระบวนการผลิตสู่แนวทางอนุรักษ์พลังงานสามารถช่วยลดต้นทุนได้ 20 – 30% และยังช่วยให้กระบวนการผลิตมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย นับเป็นการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ช่วยรักษาสมดุลให้กับธุรกิจและสิ่งแวดล้อมในระยะยาวไปพร้อมกัน ธนาคารไทยพาณิชย์ จึงได้ผนึกความร่วมมือกับ พพ. ผสานศักยภาพของแต่ละฝ่ายร่วมกันผลักดันให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีพัฒนากระบวนการผลิตไปสู่แนวทางการรักษ์โลกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง โดยมีเป้าหมายที่จะร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสีเขียวสู่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในทุกประเภทธุรกิจ เพื่อสนับสนุนให้เอสเอ็มอีไทยทั้งระบบเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน เป็นรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจของประเทศต่อไป” เรียบเรียง จารุกิตติ์ จิติมา ถ่ายภาพ จักรกฤต นิยมทัศน์
การประชุม Kick-off Meeting ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของไทยเรื่อง Solar Rooftop PV
นางสาวนวลจันทร์ เตชะเสริมสุขกูล รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เป็นประธานการประชุม Kick-off Meeting ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของไทยเรื่อง Solar Rooftop PV ณ ห้องประชุม ๖๐๓ ชั้น ๖ อาคาร ๗ พพ. เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๔ โดยโครงการได้รับการสนับสนุนจาก International Copper Association (ICA) และมีบริษัท Bright Management Consulting เป็นที่ปรึกษาโครงการฯ การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมร่วมกันระหว่างผู้แทนจาก คณะทำงาน พพ. ผู้แทน ICA และทีมที่ปรึกษา เพื่อหารือถึงแนวทาง แผนงาน และกิจกรรมที่จะดำเนินให้ได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯ ในภาพรวม โครงการฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำคู่มือสำหรับการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรด้านเทคนิคของไทยในเทคโนโลยี Solar Rooftop PV ในกลุ่มผู้ออกแบบและผู้ติดตั้ง รวมทั้งพิจารณาถึงแนวทางการออกใบรับรองให้กับผู้ผ่านการอบรมในด้านนี้ ซึ่งจะตอบสนองต่อนโยบาย/แผนงานการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนของประเทศไทย มีกิจกรรมหลัก ๓ ส่วน ได้แก่ ๑) การปรับปรุงและพัฒนาคู่มือการฝึกอบรมภาษาไทย ๒) การจัดฝึกอบรม Training of Trainers และ Training of Trainee และ ๓) การศึกษาและพัฒนาระบบการรับรองการฝึกอบรมด้าน Solar PV Rooftop ของประเทศไทย ที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย และเป็นตัวอย่างให้กับอาเซียนต่อไป ถ่ายภาพ จักรกฤต นิยมทัศน์

หน้า : [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 ถัดไป>>

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน เลขที่ 17 ถนนพระรามที่ 1 เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
ติดต่อสอบถาม : Tel. 0-2223-0021-9 , 0-2223-2593-5 , 0-2222-4102-9 | Fax. 0-2225-3785 | E-mail : contact@dede.go.th 
แจ้งปัญหาการใช้งานระบบงานเว็บไซต์ Email : webmaster@dede.go.th
สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ.2557 ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537